ด้วยกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐอเมริกา (U.S. Department of Homeland Security: DHS) ได้ดำเนินการออกกฎขั้นสุดท้าย (Final Rule) เพื่อปรับปรุงหลักเกณฑ์การอนุญาตให้ผู้ถือวีซ่าประเภท F-1, J-1 และ M-1 พำนักอยู่ในสหรัฐอเมริกา โดยเปลี่ยนจากระบบ Duration of Status (D/S) เป็นการกำหนดระยะเวลาการอนุญาตให้อยู่ในประเทศ (Fixed Period of Admission) ซึ่งจะระบุวันสิ้นสุดการพำนักไว้ในแบบฟอร์ม I-94 แทนการอนุญาตให้อยู่ตราบเท่าที่นักเรียน/นักศึกษายังคงรักษาสถานะการศึกษาอย่างถูกต้อง ทั้งนี้ กฎดังกล่าวได้รับการเผยแพร่แล้วใน Federal Register เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 และกำหนดให้มีผลบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน 2569 เว้นแต่จะมีคำสั่งศาลหรือการดำเนินการของรัฐสภาที่ทำให้กำหนดดังกล่าวเปลี่ยนแปลง
เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับนักเรียนทุนทุกท่าน สนร. ขอแจ้งสาระสำคัญของการปรับปรุงหลักเกณฑ์ดังกล่าว ดังนี้
1. ผู้ถือวีซ่าประเภท F-1, J-1 และ M-1 ที่เดินทางเข้าสหรัฐอเมริกาภายหลังวันที่กฎมีผลใช้บังคับ จะได้รับอนุญาตให้พำนักเป็นระยะเวลาตามจริงของหลักสูตร ซึ่งจะมีการกำหนดวันสิ้นสุดการพำนักอย่างชัดเจนตั้งแต่วันที่เดินทางเข้าประเทศในแบบฟอร์ม I-94 (สูงสุดไม่เกิน 4 ปี) แทนการระบุ "D/S" สำหรับผู้พำนักอยู่ในสหรัฐฯ ภายใต้ระบบ D/S เดิมอยู่แล้ว จะได้รับการเปลี่ยนผ่านเข้าระบบใหม่โดยอัตโนมัติ ซึ่งสิทธิการพำนักจะยังคงอยู่จนกว่าจะสิ้นสุดหลักสูตรปัจจุบัน แต่จะต้องไม่เกิน 4 ปีนับจากวันที่กฎหมายนี้มีผลบังคับใช้
2. นักเรียนทุนทุกคนควรตรวจสอบข้อมูลในแบบฟอร์ม I-94 ทุกครั้งหลังเดินทางเข้าสหรัฐอเมริกา และเก็บรักษาเอกสารที่เกี่ยวข้องไว้เป็นหลักฐาน
3. ผู้ที่มีความจำเป็นต้องศึกษาต่อหรือพำนักเกินกว่าระยะเวลาที่ได้รับอนุญาต จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนการขอขยายระยะเวลาการพำนัก (Extension of Stay: EOS) กับทาง USCIS อย่างเป็นทางการ ซึ่งต้องเสียค่าธรรมเนียม มีกระบวนการตรวจสอบที่เข้มงวดขึ้น และต้องพิมพ์ลายนิ้วมือ (Biometrics) ใหม่ หรือดำเนินการอื่นตามที่กฎหมายตรวจคนเข้าเมืองของสหรัฐอเมริกากำหนด
4. หากมีการขยายระยะเวลาศึกษา เปลี่ยนระดับการศึกษา เปลี่ยนสถานศึกษา หรือมีเหตุอันอาจส่งผลกระทบต่อสถานะการพำนัก ขอให้ประสานงานกับ Designated School Official (DSO) ของสถานศึกษา และแจ้ง สนร. โดยเร็ว
5. นักเรียนทุนต้องรักษาสถานะการศึกษาให้เป็นไปตามข้อกำหนดของสถานศึกษาและกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองของสหรัฐอเมริกาอย่างเคร่งครัด เพื่อหลีกเลี่ยงการพำนักเกินกำหนด (Overstay) ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสถานะการพำนัก การขอวีซ่า และการเดินทางเข้าสหรัฐอเมริกาในอนาคต หากนักเรียนยื่นขอต่ออายุวีซ่า (EOS) ไม่ทันเวลา หรือคำร้องถูกปฏิเสธ จะเริ่มสะสมระยะเวลาการอยู่แบบผิดกฎหมายทันที ซึ่งอาจส่งผลให้ถูกสั่งห้ามเข้าสหรัฐฯ เป็นเวลา 3 หรือ 10 ปี
6. นอกจากนี้ยังมีข้อจำกัดด้านความยืดหยุ่นทางวิชาการ (Academic Flexibility Restrictions) ที่เพิ่มความเข้มงวดในการเปลี่ยนแผนการเรียนอย่างมาก
6.1 ระดับปริญญาตรี: ห้ามเปลี่ยนสาขาวิชา (Major) หรือย้ายสถานศึกษา (Transfer) ในช่วงปีแรกของการศึกษา เว้นแต่จะมีเหตุจำเป็นอย่างยิ่ง
6.2 ระดับบัณฑิตศึกษา (โท-เอก): มีข้อจำกัดที่เข้มงวดมากขึ้นในการเปลี่ยนแนวการศึกษาหรือสาขาวิชา โดย DHS มองว่าระดับบัณฑิตศึกษาควรมีความแน่วแน่ในสายงานตั้งแต่ต้น
6.3 การเรียนในระดับเท่าเดิมหรือต่ำลง: หากเรียนจบระดับปริญญาโทแล้ว จะไม่สามารถลงเรียนต่อในระดับปริญญาโทใบที่สอง หรือลดระดับลงไปเรียนอนุปริญญา/อนุปริญญาวิชาชีพในสถานะ F-1 เดิมได้อีก (บังคับให้ต้องพัฒนาการศึกษาในระดับที่สูงขึ้นไปเรื่อย ๆ เท่านั้น เช่น ตรี -->โท --> เอก)
6.4 หลักสูตรภาษาอังกฤษ (English Language Training): จะถูกจำกัดระยะเวลาพำนักรวมสูงสุดไม่เกิน 24 เดือน
นอกจากนี้ น้องๆ ยังสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ตามเอกสารแนบ 1 และเอกสารแนบ 2 ตามไฟลแนบ
ทั้งนี้ สนร. จะติดตามประกาศและแนวปฏิบัติจากหน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐอเมริกาอย่างใกล้ชิด และจะแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมให้ทราบหากมีรายละเอียดหรือมาตรการที่เกี่ยวข้องออกมาเพิ่มเติม
สำนักงานผู้ดูแลนักเรียนในสหรัฐอเมริกา