เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2569 เวลา 11.00 – 13.00 น. (US Eastern Standard Time) สนร. นำโดย พี่เปล - อท. ภมรพรรณ วงศ์เงิน พร้อมพี่ ๆ เจ้าหน้าที่ สนร. ทุกท่าน ได้ชวนน้อง ๆ นักเรียนทุนฯ มาพูดคุยกันในกิจกรรม OEADC Connected ประจำปี พ.ศ. 2569 ครั้งที่ 1 ในประเด็นที่เกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินในต่างประเทศ โดยมีวิทยากรจากภายนอก 2 ท่าน คือ พี่เสก - พ.ต.ท. ธัชชา เต็มพร้อม สารวัตรกองกํากับการวิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และพี่มาร์ค - นายภาณุพันธ์ ปทุมานนท์ เจ้าหน้าที่จากฝ่ายกงสุล สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน มาร่วมสนทนาในครั้งนี้
โฆษกของงานนำโดยพี่ขจีพรรณ ได้กล่าวต้อนรับน้องๆ เข้าสู่กิจกรรมอย่างน่าตื่นเต้นโดยเน้นว่ามีจุดมุ่งหมายของกิจกรรมครั้งนี้คือความปลอดภัยของน้องๆ นักเรียนทุนทุกราย จากนั้นพี่เปล- อท. ภมรพรรณ ได้กล่าวถึงที่มาของกิจกรรมในครั้งนี้ว่า เนื่องจากในปัจจุบันเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นได้บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุ ภัยพิบัติทางธรรมชาติ เหตุการณ์ความไม่สงบ หรือการสูญหายของเอกสารสำคัญ ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่พำนักอยู่ในต่างประเทศ การมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้สามารถรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างมีสติ ถูกต้อง และปลอดภัย ดังนั้นกิจกรรม “แนวทางปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินในต่างประเทศ” จัดขึ้นเพื่อเสริมความรู้ให้นักเรียนทุนได้เรียนรู้วิธีรับมือกับสถานการณ์ไม่คาดคิด ที่มีผลต่อความความปลอดภัย รวมถึงการดูแลตนเองให้ปลอดภัยในสถานการณ์ฉุกเฉิน และหากน้องๆ เกิดเหตุฉุกเฉินในสหรัฐแล้วจะต้องดำเนินการอย่างไร ต้องแจ้งใครบ้าง พร้อมทั้งแสดงความขอบคุณที่วิทยากรทั้งสองท่านได้ให้เกียรติมาให้ความรู้ ความเข้าใจกับนักเรียนทุน
ต่อมาพี่ขจีพรรณได้เชิญพี่เสก - พ.ต.ท. ธัชชา เต็มพร้อม มาให้ความรู้เกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินในต่างประเทศ พี่เสกได้เกริ่นว่า แม้ว่าตนจะไม่เคยได้ไปศึกษาในต่างประเทศ แต่เคยได้ไปปฏิบัติภารกิจในต่างประเทศ และปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยงในต่างประเทศ โดยที่เอาตัวรอดมาได้ทุกครั้งเนื่องจากยึดหลักการเป็นคนมีความระวัง แต่ไม่ใช่ระแวง และได้ชี้แจงความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับระบบฉุกเฉินในสหรัฐอเมริกา ว่าเนื่องจากระบบกฎหมายและข้อแตกต่างของสหรัฐอเมริกาต่างจากประเทศไทย และแม้แต่กฎหมายของรัฐบาลกลางและแต่ละรัฐก็ต่างกัน ส่งผลต่อเรื่องเหตุฉุกเฉิน เช่น การป้องกันตนเอง การแจ้งความ และขั้นตอนตอบสนอง จึงขอให้น้องๆ ทำความเข้าใจข้อกฎหมายพื้นฐานของรัฐที่พำนัก เพื่อประเมินสถานการณ์และตัดสินใจได้ถูกต้องในเหตุฉุกเฉิน และหากต้องประสบกับกรณีฉุกเฉิน ขอให้ติดต่อ 911 ซึ่งเป็นช่องทางฉุกเฉินที่จะเชื่อมโยงผู้โทรกับตำรวจ หน่วยกู้ภัย โรงพยาบาล และหน่วยดับเพลิง โดยศูนย์รับแจ้งจะคัดกรองข้อมูลและส่งต่อหน่วยงานที่เหมาะสมอย่างรวดเร็ว และได้แนะนำหลักการแจ้งเหตุฉุกเฉินกับ 911 ตามหลัก LCAN (Location, Condition, Action, Need)
ต่อมา พี่เสกได้ชี้แจงเกี่ยวกับหลักแนวคิด Stay Safe, Stay Calm, และ Stay Connected ดังนี้
1. Stay Safe : การเตรียมตนเองให้พร้อมกับการรับมือ โดยให้ศึกษาพื้นที่รอบตัวและจุดเสี่ยงเพื่อเตรียมรับมือเหตุฉุกเฉินเพื่อไม่ให้นำตัวเองไปอยู่ในจุดเสี่ยงดังกล่าว และให้วางแผนเส้นทางหนีภัยและจุดนัดพบกับเพื่อน กรณีเกิด Electronic Warfare ที่ไม่สามารถใช้สัญญานโทรศัพท์ได้ โดยจะต้องเตรียมอุปกรณ์ฉุกเฉินไปด้วย (เช่น ไฟฉาย, ชุดปฐมพยาบาล, วิทยุ, น้ำดื่ม, อาหารแห้ง และแผนที่) และเน้นย้ำเรื่องการมองหาทางออกฉุกเฉินเวลาไปในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคยเสมอ
2. Stay Calm : การควบคุมสติและการตัดสินใจ เมื่อเกิดเหตุให้หยุดตั้งหลัก และโฟกัสที่ปัจจุบัน จากนั้นให้หายใจเข้า–ออกช้า ๆ 2–3 รอบเพื่อลดความตื่นตระหนก และเริ่มประเมินสถานการณ์แล้วเริ่มปฏิบัติตามแผนที่ฝึกไว้
3. Stay Connected: การแจ้งข่าวและขอความช่วยเหลืออย่างมีประสิทธิภาพ โดยให้รวบรวมข้อมูลส่วนตัว สถานที่ เวลา เหตุการณ์ และวิธีติดต่อกลับ เพื่อให้ช่วยเหลือได้คล่องตัว และแจ้งข่าวอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีช่องทางติดต่อที่ควรใช้ ได้แก่ โซเชียลมีเดีย แอปพลิเคชันแจ้งเตือน และสายด่วน เป็นต้น และแนะนำการแจ้งตำแหน่งที่เราอยู่กับครอบครัวและเพื่อนๆ โดยใช้แอปพลิเคชัน เพื่อความปลอดภัยของตัวเรา
จากนั้น พี่เสกได้ให้ความรู้เกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติเฉพาะเมื่อเผชิญเหตุอาชญากรรม โดยย้ำให้ (1) หลีกเลี่ยงการเดินทางในพื้นที่เปลี่ยวหรืออันตรายในเวลากลางคืน และให้เพิ่มความปลอดภัยด้วยการเดินทางเป็นกลุ่ม (2) ไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวในที่สาธารณะหรือโซเชียลมีเดีย เพื่อลดความเสี่ยงจากการตกเป็นเป้าหมาย (3) ติดตั้งแอปพลิเคชันติดตามตำแหน่งหรือแจ้งเหตุฉุกเฉินเพื่อขอความช่วยเหลือได้รวดเร็ว (4) ฝึกฝนทักษะการป้องกันตัวเบื้องต้น เช่น การเอาตัวรอดเมื่อถูกคุกคาม เพื่อเพิ่มโอกาสรอดชีวิต และย้ำเรื่องการแจ้งเหตุและการติดตามผลกับเจ้าหน้าที่และสถานทูตไทยเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินหากจำเป้น
สุดท้าย พี่เสกได้ให้ความรู้เกี่ยวกับข้อควรปฏิบัติเมื่อเกิดภัยธรรมชาติ โดยให้เตรียมพร้อมอพยพทันทีเมื่อมีสัญญาณเตือน เตรียมเสบียง และเตรียมข้อมูลติดต่อฉุกเฉิน (ครอบครัว สนร. และสถานทูตไทย) และติดตามข่าวสารทางการสม่ำเสมอ และย้ำเรื่องหลักแนวคิด Stay Safe, Stay Calm, และ Stay Connected เพื่อพร้อมรับมือและปลอดภัยในทุกสถานการณ์ฉุกเฉิน
ต่อมาพี่ขจีพรรณได้เชิญพี่มาร์ค - นายภาณุพันธ์ ปทุมานนท์ มาให้ความรู้เกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับงานกงสุล โดยพี่มาร์คได้แนะนำสถานกงสุลไทยทั้ง 4 แห่งในสหรัฐอเมริกา ที่น้อง ๆ จะสามารถใช้บริการตามเขตอาณาของรัฐที่น้อง ๆ ศึกษาอยู่ ดังนี้
1. สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.
2. สถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส
3. สถานกงสุลใหญ่ ณ นครนิวยอร์ก
4. สถานกงสุลใหญ่ ณ นครชิคาโก
และขอให้น้องๆ ตรวจสอบว่าตนอยู่ภายใต้ความดูแลของสถานเอกอัครราชทูตไทย/สถานกงสุลใหญ่ แห่งใด เพื่อความรวดเร็วในการให้บริการ ทั้งนี้การให้บริการของสถานกงสุลในด้านต่างๆ มีดังนี้ (1) งานคุ้มครองคนไทยในต่างแดน (2) งานทะเบียนราษฎร (3) งานด้านนิติกรณ์ และ (4) งานบัตรประชาชนและหนังสือเดินทาง แต่หัวข้อที่พี่มาร์คจะมาพูดวันนี้จะเกี่ยวกับงานคุ้มครองคนไทยในต่างแดน ซึ่งสถานกงสุลให้บริการความช่วยเหลือในด้านต่างๆ ได้แก่ กรณีถูกโจรกรรมทรัพย์สินหรือหนังสือเดินทางสูญหาย การช่วยเหลือคนไทยที่ได้รับอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วยซึ่งไม่มีญาติพี่น้องในสหรัฐ การช่วยเหลือคนไทยที่เสียชีวิตซึ่งไม่มีญาติพี่น้องในสหรัฐ และการช่วยเหลือคนไทยกรณีเกิดภัยธรรมชาติ ซึ่งติดต่อขอความช่วยเหลือจากสถานกงสุลได้ทั้งทางโทรศัพท์ อีเมล และแอปพลิเคชันไลน์ ทั้งนี้ พี่มาร์คได้แนะนำให้น้องๆ ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Thai Consular ที่ให้ข้อมูลบริการงานกงสุล และแจ้งข่าวสารด้านกงสุลและเหตุฉุกเฉิน เป็นต้น และแอปพลิเคชัน ThaiD ซึ่งสามารถใช้แทนบัตรประจำตัวประชาชน ชำระภาษี และตรวจสอบข้อมูลส่วนตัว เป็นต้น และสุดท้ายพี่มาร์คได้ให้คำแนะนำเรื่องการให้บริการต่ออายุหนังสือเดินทางและบัตรประชาชนแก่บุคคลสัญชาติไทยที่พํานักหรือเดินทางมายังสหรัฐอเมริการวมถึงข้อควรปฏิบัติเมือหนังสือเดินทางหายด้วย
หลังจากนั้น หน่วยนักเรียน สนร. ได้ให้คำแนะนำกับน้องๆ ในเรื่องของการเตรียมความพร้อมในสภาวะปกติ และการปฏิบัติตนในสภาวะอันตราย/เหตุการณ์ฉุกเฉิน ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ สนร. และย้ำให้น้องๆ แจ้งหากมีการเปลี่ยนแปลงที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ และอีเมล ให้ สนร. ทราบทุกครั้งเพื่อติดตามความปลอดภัยของน้องๆ หากเกิดสภานการณ์ฉุกเฉิน และได้ชี้แจงข้อควรเฝ้าระวังในสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ดังนี้
1. ภัยคุกคามทางไซเบอร์ (Cybersecurity) มีการเตือนภัยระดับสูงเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการโจมตีระบบเครือข่ายของหน่วยงานรัฐและสถาบันการศึกษา จึงขอให้น้องๆ ระมัดระวังความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัว และระวังอีเมลหรือลิงก์ต้องสงสัย รวมถึงไม่เผยเแพร่ข้อมูลสำคัญในโซเชียลมีเดียต่างๆ
2. ความตึงเครียดในสถานศึกษา (Campus Tensions) อาจมีการจัดกิจกรรมประท้วงหรือการรวมตัวแสดงความเห็นต่างทางการเมืองในสถานศึกษา ขอให้น้องๆ หลีกเลี่ยงการเข้าร่วมกิจกรรมเหล่านี้โดยเด็ดขาด
3. การเฝ้าระวังเป้าหมายอ่อนไหว (Soft Targets) รัฐบาลสหรัฐฯ เพิ่มการตรวจตราในสถานที่ที่มีผู้คนพลุกพล่าน ห้างสรรพสินค้า และระบบขนส่งมวลชน ขอให้น้องๆ หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่ที่มีผู้คนพลุกพล่าน และให้ระมัดระวังตัวตลอดเวลา
และสุดท้ายหน่วยการเงิน สนร. ได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายกรณีประสบภัย ทั้งที่เป็นส่วนของค่าใช้จ่ายกรณีประสบภัยธรรมชาติ ซึ่งสามารถขอเบิกได้ท้้งค่าที่พักและค่าเดินทาง และค่าใช้จ่ายกรณีประสบภัยอื่นๆ เช่น เหตุกราดยิง ไฟไหม้ที่พัก น้ำท่วม ซึ่งจะขอเบิกได้ในส่วนที่บริษัทประกันไม่ครอบคลุม เป็นต้น
สนร. หวังว่าเนื้อหาการพูดคุยกันในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์แก่น้อง ๆ นักเรียนทุนฯ ทั้งหลาย และขอขอบคุณน้อง ๆ ทุกท่านที่ได้สละเวลามาเข้าร่วมกิจกรรมนี้กัน แล้วพบกันใหม่สำหรับกิจกรรมดีๆ ของ สนร. ครั้งต่อไปนะคะ