Skip to content. | Skip to navigation

Personal tools
Log in
You are here: Home ข่าวสาร ข่าวโครงการนวัตกรรมฯ ครั้งที่ 16 เดือนกุมภาพันธ์ 2555

ครั้งที่ 16 เดือนกุมภาพันธ์ 2555

ครั้งที่ 16 เดือนกุมภาพันธ์ 2555
โครงการนวัตกรรมข้าราชการไทยพันธุ์ใหม่ (นทร. ) ในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา (Thai Scholar Innovation in USA and Canada) ครั้งนี้ สนร. ภูมิใจเสนอผลงานนวัตกรรมดีเด่นด้าน Energy Alternative ของคุณปณิฑัต หาสิน หรือน้องเชนนักเรียนทุนสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ตามความต้องการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำลังศึกษาระดับปริญญาเอก สาขา Alternative Energy: Solar Energy ที่ Ohio State University

ปัจจุบันนี้การจัดหาพลังงานมาเพื่อตอบสนองความต้องการของมนุษย์มีปัญหามากยิ่งขึ้นทุกวัน ทั้งเรื่องพลังงานจากแหล่งฟอสซิลที่กำลังหมดไปอย่างรวดเร็วและปัญหาสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากการนำพลังงานเหล่านี้มาใช้ มนุษย์มีทางเลือกที่จะใช้พลังงานที่สะอาดและมีอย่างไม่จำกัดเช่น พลังงานแสงอาทิตย์ น้ำ (ไฮโดรเจน + ออกซิเจน) หรือพลังงานจากลม แต่การผลิตพลังงานจากแหล่งทางเลือกต่าง ๆ เหล่านี้ยังมีต้นทุนการผลิตที่สูงกว่าต้นทุนการผลิตจากพลังงานจากฟอสซิล หากมนุษย์สามารถปรับปรุงและการพัฒนาประสิทธิภาพในการผลิตพลังงานทางเลือกให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นและมีต้นทุนที่ถูกลง มนุษย์ก็จะสามารถหันมาใช้พลังที่สะอาดซึ่งเป็นการลดสภาวะโลกร้อนและปัญหาอื่นๆที่ตามมาจากการใช้พลังงานจากฟอสซิลในที่สุด ครั้งนี้เรามาดูว่าผลงานวิจัยของนักเรียนทุนรัฐบาลไทยซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการนำพลังงานที่สะอาดมาใช้อย่างไร

ผลงานของน้องเชนมีดังนี้

1. ผลงานเรื่อง Mesoporous Nb-Doped TiO2 as Pt Support for Counter Electrode in Dye-Sensitized Solar Cells ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Physical Chemistry C ปี ค.ศ. 2009 และได้ถูกนำไปใช้เป็นเอกสารอ้างอิงมากถึง 14 ฉบับ งานวิจัยชิ้นนี้ยังได้นำเสนอในงานประชุม ACS 39th Central Regional Meeting, Columbus, Ohio (อ่านรายละเอียดผลงานได้ที่ http://pubs.acs.org/doi/abs/10.1021/jp810678a)

2. ผลงานเรื่อง Electrocatalytic Activity of Graphene Multilayers toward I−/I3−: Effect of Preparation Conditions and Polyelectrolyte Modification ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Physical Chemistry C ปี ค.ศ. 2010 และได้นำเสนอในงานประชุม The North American Solid State Chemistry Conference (NASSC) และ 2011 (http://chemistry.osu.edu/image/tid/77) Evans Lecture, The Ohio State University อีกด้วย (อ่านรายละเอียดผลงานได้ที่ http://pubs.acs.org/doi/abs/10.1021/jp106130v)

3. ผลงานเรื่อง NixCo3-xO4 Nanowire Arrays for Electrocatalytic Oxygen Evolution งานวิจัยชิ้นนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Advanced Materials ปี ค.ศ. 2010 (อ่านรายละเอียดผลงานได้ที่ http://onlinelibrary.wiley.com/doi/10.1002/adma.200903896/abstract)

4. ผลงานเรื่อง Preparation, Characterization, and Electrocatalytic Performance of Graphene–Methylene Blue Thin Films งานวิจัยชิ้นนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Nano Research ปี ค.ศ. 2011 (อ่านรายละเอียดผลงานได้ที่ http://www.springerlink.com/content/006r413g277423h7/)

ไปทำความรู้จักกับน้องเชนและผลงานต่างๆเหล่านี้จากบทสัมภาษณ์กันเลยดีกว่าครับ

1. อยากให้น้องเชนช่วยเล่าประวัติส่วนตัวคร่าวๆ ให้เพื่อนฟังหน่อย รวมถึงอะไรเป็นสาเหตุให้สนใจเรียนทางด้าน Alternative Energy ครับ

ชื่อ ปณิฑัต หาสิน หรือเพื่อน ๆ เรียกกันว่าเชน เป็นลูกคนโตของ พล.ต. สุคม หาสิน และ ร.ท.หญิง สิริศา หาสิน คุณพ่อเกษียณอายุราชการจากการเป็นข้าราชการทหารที่กระทรวงกลาโหม ส่วนคุณแม่ยังรับราชการทหารที่กรมการทหารสื่อสาร และนอกจากนี้ยังมีน้องชายอีก 1 คน (วรภัทร หาสิน) ซึ่งกำลังศึกษาต่อปริญญาโททางด้านวิศวกรรมเคมี ณ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ เชนเกิดและโตที่กรุงเทพมหานคร และเข้าศึกษาชั้นประถมศึกษา ณ โรงเรียนราชวินิต และสำเร็จการศึกษามัธยมปลายจาก โรงเรียนโยธินบูรณะ หลังจากนั้นปี พ.ศ. 2542 ได้เข้ารับการศึกษาระดับปริญญาตรี (เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง) ในคณะวิทยาศาสตร์ สาขาวิชาเคมี ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาตร์ และระดับปริญญาโทคณะวิทยาศาสตร์ สาขาวิชาเคมี (เคมีอนินทรีย์) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ส่วนสาเหตุที่เลือกเรียนทางด้าน Alternative energy ต้องขอตอบตามตรงว่าตอนที่ยังเรียนปริญญาโทอยู่นั้น ยังไม่มีความสนใจที่จะมาเรียนทางด้าน Alternative energy สักเท่าไหร่ เพราะว่าตอนนั้นผมอยากจะใช้ความรู้ทางด้านเคมีที่เรียนมาเพื่อช่วยลดปัญหามลภาวะเป็นพิษของสิ่งแวดล้อม ด้วยสาเหตุนี้ผมจึงตัดสินใจทำวิจัยเรื่องการสังเคราะห์ตัวเร่งปฏิกิริยา NiAl2O4 spinel ซึ่งสามารถนำไปใช้เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาการสลายตัวของสารประกอบ Chlorinated aromatic ซึ่งเป็นสารพิษทางอากาศที่ถูกปล่อยออกมาจากโรงงานอุตสาหกรรม หรืออาจจะเป็นเนื่องมาจากประมาณเกือบ 10 ปีที่แล้ว เรื่อง Alternative energy ยังไม่ได้รับความสนใจอย่างแพร่หลายเหมือนในปัจจุบัน ในตอนนั้นเรื่อง Alternative energy ได้รับความสนใจเฉพาะในกลุ่มวิศวกรรมเท่านั้น แต่ยังเป็นเรื่องที่ใหม่มากสำหรับทางด้านเคมี เพราะตอนนั้นผมยังจำได้ว่านักเคมีส่วนใหญ่มักให้ความสนใจทางด้าน nanotechnology เพราะใครๆก็อยากศึกษาต่อทางด้านนี้ และอาจารย์ท่านใดที่เขียน proposal เกี่ยวกับ nanotechnology ก็มักจะได้รับทุนอยู่เสมอ จึงส่งผลให้นักเคมีที่สนใจทำงานวิจัยทางด้าน Alternative energy อย่างจริงจังมีจำนวนน้อย จึงทำให้ผมคิดว่าความรู้ทางด้านเคมีอาจนำมาใช้ในงานวิจัยทางด้าน Alternative energy ซึ่งต่อมาเมื่อทางสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ได้ประกาศให้ทุนการศึกษาสำหรับผู้ที่สนใจทำงานวิจัยทางด้าน Alternative energy ผมจึงคิดว่าเรื่อง Alternative energy น่าจะเป็นเรื่องที่ผู้คนจะหันมาให้ความสนใจมากขึ้นในอนาคต ผมจึงมานั่งคิดและไตร่ตรองว่าเราจะใช้วิชาเคมีที่เราเรียนมาเป็นเวลา 8 ปีมาใช้ทำงานวิจัยทางด้าน Alternative energy ได้อย่างไร ผมมีความสนใจเกี่ยวกับพลังงานแสงอาทิตย์เพราะประเทศไทยเป็นประเทศที่อยู่ในเขตร้อน เรามีแสงอาทิตย์ให้นำมาใช้อยู่ตลอดเวลา ผมจึงมีความสนใจที่จะทำงานวิจัยทางด้านเซลล์สุริยะ หลังจากได้อ่านบทความวิจัยทางด้านเซลล์สุริยะ จึงทำให้สิ่งที่ผมคิดมาเสมอว่าศาสตร์ทางด้านเคมีไม่สามารถนำมาใช้ทำวิจัยทางด้าน Alternative energy ได้เป็นความเชื่อที่ผิด ที่จริงแล้วความรู้ทางด้านเคมีสามารถนำมาใช้ทำวิจัยทางด้าน Alternative energy ได้อย่างมาก เพราะไม่ว่าจะเป็น สารกึ่งตัวนำ, สีย้อม, สารละลายอิเล็กโทรไลต์, หรือแม้แต่ตัวเร่งปฏิกิริยาที่เคลือบบนขั้วไฟฟ้า ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่สำคัญในเซลล์สุริยะ ก็ต้องใช้ความรู้ทางด้านเคมีในการสังเคราะห์สารประกอบเหล่านั้น นี่จึงเป็นจุดหักเหใช้ผมสนใจทำงานวิจัยทางด้าน Alternative energy อย่างจริงจัง

2. น้องเชนช่วยเล่าให้ฟังเกี่ยวกับเทคโนโลยีทางด้าน Alternative Energy ว่าปัจจุบันมีพัฒนาการไปถึงใหนแล้ว มีการนำมาใช้ประโยชน์จริงได้มากน้อยอย่างไร อุปสรรคหลัก ๆ คืออะไร ที่ทำให้มนุษย์ยังคงต้องใช้พลังงานที่ไม่สะอาดจาก ฟอสซิล เป็นหลักอยู่

เนื่องจากสถานการณ์ด้านพลังงานมีแนวโน้มที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ น้ำมันสำเร็จรูปมีการใช้ในสัดส่วนที่สูง ในขณะที่ปริมาณการใช้พลังงานทดแทนมีจำนวนไม่สูงเท่าไรนัก และจากสถานการณ์เศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัวในปัจจุบัน ทำให้มีการคาดการณ์ว่าปริมาณความต้องการใช้น้ำมันของโลกจะเพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกสูงขึ้นมากอีกด้วย จึงทำให้กระทรวงพลังงานในหลายประเทศรวมทั้งประเทศไทยได้เตรียมวางแผนการดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤติด้านพลังงานให้แก่ประชาชนโดยทำการส่งเสริมการพัฒนา ผลิต และใช้พลังงานทดแทนควบคู่ไปกับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม ยกตัวอย่างเช่นประเทศจีนมีมูลค่าการผลิตเทคโนโลยีพลังงานสะอาดมากกว่า 64,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งปรากฏว่าจีนติดอันดับ 1 ในโลกไปเรียบร้อยแล้ว ในปี พ.ศ. 2553 จีนมีกำลังผลิตติดตั้งไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ถึง 10.8 ล้านกิโลวัตต์ กำลังผลิตติดตั้งไฟฟ้าพลังงานลมอยู่ที่ 31 ล้านกิโลวัตต์ กำลังผลิตติดตั้งไฟฟ้าพลังงานชีวภาพ 5.5 ล้านกิโลวัตต์ และกำลังผลิตติดตั้งไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์สูงถึง 7 แสนล้านกิโลวัตต์ ถึงแม้ว่าเทคโนโลยีทางด้าน Alternative energy ในประเทศไทยยังมีการพัฒนาที่ไม่สูงมากนักถ้าเปรียบเทียบกับประเทศในแถบเอเชีย ยุโรป หรือแม้แต่ในสหรัฐอเมริกา แต่หน่วยงานของรัฐและเอกชนหลายแห่งก็ได้มีความสนใจในการพัฒนาเทคโนโลยีทางด้าน Alternative energy มากขึ้น ตัวอย่างเช่นมหาวิทยาลัยขอนแก่นได้ตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาพลังงานทดแทน ซึ่งเป็นศูนย์วิจัยเฉพาะทาง โดยมุ่งเน้นงานวิจัยและบริหารวิชาการในด้านพลังงานทดแทน

ส่วนการนำไปใช้จริงของพลังงานทดแทน ก็ถือว่าเราสามารถนำพลังงานทดแทนมาใช้ได้จริงในระดับหนึ่ง ยกตัวอย่างเช่น ประเทศไทยได้นำพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้กันแล้วทั่วไปในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็ก และมีการผลิตไฟฟ้าจากเซลล์สุริยะขึ้นใช้ในระดับชุมชน หมู่บ้านเล็กๆ ไม่กี่ครัวเรือน แต่การนำมาใช้ในสเกลใหญ่จริงๆ ยังไม่เป็นที่ยอมรับ อุปสรรคของการใช้พลังแสงอาทิตย์คือ ค่าลงทุนสูง ต้องใช้พื้นที่รับแสงมาก ประสิทธิภาพที่ได้ต่ำ ในทางเศรษฐศาสตร์คือไม่คุ้มทุนในสเกลใหญ่ และยังต้องอาศัยการพัฒนาเทคโนโลยีอีกต่อไป และที่สำคัญคือเราขาดงานศึกษาพัฒนาเทคโนโลยี และแรงสนับสนุนจากรัฐบาลอย่างจริงจัง ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เรายังคงใช้พลังงานที่ไม่สะอาดจาก ฟอสซิล เป็นหลักอยู่

3. ทราบว่างานวิจัยที่ทำได้รับการตีพิมพ์ในวารสารด้านวิทยาศาสตร์ Journal of Physical Chemistry C และได้ถูกนำไปใช้เป็นเอกสารอ้างอิงจากหลายฉบับนั้น เป็นงานส่วนหนึ่งของวิทยานิพนธ์ที่ทำส่งระดับปริญญาเอก ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยได้ไหมครับว่าทำไมถึงตัดสินใจทำวิทยานิพนธ์เรื่องนี้ และมีอุปสรรคมากน้อยอย่างไรกว่าจะฝ่าฟันทำวิทยานิพนธ์จนสำเร็จลุล่วงได้อย่างดีครับ

หัวข้อวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกของผมคือ Developing New Types of Electrode Materials for Dye-Sensitized Solar Cells (DSCs) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงานวิจัยต่อเนื่องยาวนานกว่า 5 ปีของผม โดยการกำกับดูแลของ Dr. Yiying Wu สาเหตุที่ผมตัดสินใจทำวิทยานิพนธ์เรื่อง เซลล์สุริยะชนิด Dye sensitized solar cells (DSCs) ก็เนื่องมาจากว่าเซลล์สุริยะชนิด DSCs ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากในวงการค้าและวงการวิจัย เนื่องจากเซลล์สุริยะชนิดนี้มีประสิทธิภาพในการใช้งานสูงและมีราคาในการผลิตที่ถูก อย่างไรก็ตาม ปัญหาของการรวมตัวกันของอนุภาคแพลตินัม (Platinum) ซึ่งถูกนำมาใช้เป็นตัวเร่งปฏิกิริยารีดักชั่นของไตร-ไอโอไดด์ (Tri-iodide reduction reaction) ซึ่งเป็นปฏิกิริยาที่สำคัญในเซลล์สุริยาชนิดนี้ ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการใช้งานลดน้อยลง ดังนั้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานของเซลล์สุริยะชนิดนี้ให้สูงมากขึ้น การปรับปรุงและการพัฒนาตัวเร่งปฏิกิริยาให้มีประสิทธิภาพในการเร่งสูงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นงานวิจัยของผมส่วนใหญ่จึงเน้นในเรื่องการปรับปรุงและการพัฒนาตัวเร่งปฏิกิริยาใน DSCs สาเหตุที่สองคือผมเชื่อว่าโครงงานชิ้นนี้จะช่วยเสริมพื้นฐานในเรื่องของการสังเคราะห์และวิเคราะห์คุณลักษณะของสารประกอบอนินทรีย์ได้เป็นอย่างมาก ซึ่งนี่เป็นสิ่งจำเป็นมากสำหรับการต่อยอดในการทำวิจัยในสายวิชาของผม หากพื้นฐานของผมแน่นแล้ว ต่อไปถ้าผมต้องการจะทำวิจัยเกี่ยวกับ alternative energy ในแขนงอื่นๆ ก็จะทำให้ผมเรียนรู้ได้ง่ายขึ้น และดูเหมือนว่าสิ่งที่ผมคิดคาดการณ์ไว้จะเป็นจริง เพราะตั้งแต่ที่ผมเข้ากลุ่มวิจัยนี้ ผมก็ได้เรียนรู้เกี่ยวกับพลังงานหลายๆแขนงนอกเหนือจากเซลล์สุริยะ ยกตัวอย่างเช่น Li ion battery, ตัวเก็บประจุไฟฟ้า (supercapacitor), และ ปฏิกิริยาการสังเคราะห์ออกซิเจน (Oxygen evolution reaction) ซึ่งเป็นปฏิกิริยาที่สำคัญในกระบวนการสลายตัวของน้ำ (Water splitting) สำหรับการผลิตไฮโดรเจน (H2) เพื่อนำไปใช้เป็นสารตั้งต้นในเซลล์เชื้อเพลิง (Fuel cells) เป็นต้น

ส่วนอุปสรรคในการทำวิทยานิพนธ์ชิ้นนี้ก็มีค่อนข้างมาก ส่วนใหญ่ก็เนื่องมาจากว่างานวิจัยที่ทำนี้จะต้องใช้ความรู้จากหลายสาขาวิชาซึ่งนอกจากการจะใช้ความรู้ทางด้านเคมีอนินทรีย์ซึ่งเป็นสาขาที่ผมเรียนในการสังเคราะห์ตัวเร่งปฏิกิริยาแล้ว ผมยังต้องใช้ความรู้ทางด้านเคมีวิเคราะห์ในการวิเคราะห์ประสิทธิภาพของตัวเร่งปฏิกิริยา ความรู้ทางด้านวิศวะวัสดุในการวิเคราะห์คุณลักษณะของตัวเร่งปฏิกิริยา และความรู้ทางด้านวิศวะไฟฟ้าในการอธิบายกระบวนการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในเซลล์สุริยะ ซึ่งผมก็ต้องไปลงเรียนวิชาที่มีความเกี่ยวข้องกับงานวิจัยชิ้นนี้ที่คณะอื่น อ่านบทความงานวิจัยและถามผู้ที่ความเชี่ยวชาญในด้านนี้โดยตรง

4. ในระหว่างงานวิจัยทั้งหมดนี้ งานวิจัยชิ้นใดที่น้องเชนมีความภาคภูมิใจที่สุดครับ เพราะอะไร

งานวิจัยที่มีความภาคภูมิใจที่สุดก็คงเป็นงานวิจัยเรื่อง Sonochemical synthesis of copper hydride (CuH) เนื่องมาจากที่มาของงานวิจัยชิ้นนี้ได้มาจากความบังเอิญ คือผมต้องการที่จะสังเคราะห์สารประกอบ CuAlO2 โดยใช้พลังงานเสียง แต่ปรากฏว่าผมพบสารประกอบ CuH ในสารละลาย ซึ่งไม่มีนักวิจัยคนไหนใช้พลังงานเสียงในการสังเคราะห์สารประกอบไฮไดร์มาก่อน ซึ่งสารประกอบ CuH นี้สามารถใช้เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาในการสังเคราะห์สารประกอบเคมีอินทรีย์หลายชนิด ที่สำคัญอย่างยิ่งคือ สารประกอบ CuH สามารถนำไปใช้เป็นตัวสะสมไฮโดรเจน เพื่อนำไปใช้เป็นสารตั้งต้นในเซลล์เชื้อเพลิง (Fuel cells) งานวิจัยชิ้นนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Chemical communications เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว ซึ่งมี impact factor สูงถึง 5.787 ซึ่งเป็นวารสารที่ได้รับการยอมรับอย่างมากในแวดวงวิชาการ และนอกจากนี้ที่มาของวิธีการใช้พลังงานเสียงในการสังเคราะห์สารประกอบอนินทรีย์ ก็มาจาก proposal ที่ผมเขียนเพื่อใช้ในการสอบ candidacy ของผม

5. ปัจจุบันเทคโนโลยีนาโนทางด้าน Alternative Energy เป็นเรื่องค่อนข้างกล่าวถึงมากทั้งที่นี่และเมืองไทย น้องเชนคิดว่าเมืองไทยจะนำเทคโนโลยีทางด้านนี้มาใช้ให้มากขึ้นเพื่อทดแทนการใช้พลังงานจาก ฟอสซิล ได้อย่างประเทศในแถวยุโรปเช่น เยอรมนี หรือ สวิตเซอร์แลนด์ และจะมีอุปสรรคหรือไม่ที่จะนำเทคโนโลยีทางด้านนี้มาใช้ได้ครับ

ผมมีความเชื่อว่าเมืองไทยจะสามารถนำเทคโนโลยีทางด้าน alternative energy มาใช้เพื่อทดแทนการใช้พลังงานจาก ฟอสซิล ได้มากขึ้นในอนาคตอย่างแน่นอน เนื่องจากว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มีภาคเกษตรกรรมเป็นพื้นฐาน เพราะฉะนั้นการพัฒนาพลังงานทดแทนเช่นพลังงานชีวมวล (Biomass) สามารถช่วยเพิ่มมูลค่าให้แก่ผลิตผลทางการเกษตรและช่วยให้พี่น้องเกษตรกรมีรายได้จากพืชพลังงาน และที่สำคัญก็คือ พลังงานทดแทนถือได้ว่าเป็นพลังงานหมุนเวียนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จึงเรียกได้ว่าตอบโจทย์ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมตามแนวทางของการพัฒนาอย่างยั่งยืน หรืออย่างตอนนี้ประเทศไทยก็สามารถใช้ประโยชน์จากพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ผลิตไฟฟ้าแล้ว เช่น โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ผาบ่อง จังหวัดแม่ฮ่องสอน, โครงการสาธิตระบบผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์บนหลังคาบ้าน และอาคารศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นต้น นอกจากประเทศไทยจะใช้พลังงานแสงอาทิตย์เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าแล้ว ประเทศไทยยังใช้พลังงานแสงอาทิตย์เพื่อผลิตความร้อนทั้งในลักษณะของเทคโนโลยีอบแห้ง และการผลิตน้ำร้อนด้วยพลังงานแสงอาทิตย์อีกด้วย

และแน่นอนการนำเทคโนโลยีทางด้าน alternative energy มาใช้จะต้องมีอุปสรรค และอุปสรรคหลักของ alternative Energy ก็คือ การผลิตที่อาจไม่ต่อเนื่องและแปรปรวน เนื่องจากปัจจัยภายนอกต่างๆ เช่น เซลล์แสงอาทิตย์ไม่สามารถผลิตไฟฟ้าได้ตลอดเวลาเพราะแสงแดดไม่พอเพียง หรือเป็นช่วงพระอาทิตย์ตกดินไปแล้ว หรือ กังหันลมที่ไม่มีกระแสลมเพียงพอให้ผลิตไฟฟ้าได้ ดังนั้นเราควรที่จะพัฒนาระบบการเก็บพลังงานควบคู่ไปด้วย

 

6. ในฐานะที่น้องเชนเมื่อเรียนจบกลับไปแล้วต้องกลับไปเป็นอาจารย์ น้องเชนคิดว่าจะนำความรู้ทางด้านนี้ไปเผยแพร่และไปใช้อย่างไรเพื่อให้เกิดประโยชน์กับประเทศของเรา

เนื่องจากผมจะต้องกลับไปเป็นอาจารย์สอนที่ภาควิชาเคมี สาขาเคมีอนินทรีย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และผมก็เคยเรียนที่ภาควิชานี้มาก่อน ผมคิดว่าสิ่งที่ผมจะสามารถเติมเต็มให้ภาควิชานี้มีความเข้มแข็งมากขึ้น ก็คือผมจะพยายามจะสอนให้นักศึกษาตระหนักให้เห็นว่าความรู้ทางด้านเคมีก็สามารถนำมาใช้พัฒนาเทคโนโลยีทางด้าน alternative energy ได้ นอกจากผมจะสอนเคมีในเชิงทฤษฎีแล้ว ผมจะสอดแทรกในบทเรียนว่าเนื้อหาเคมีเรื่องนี้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงในด้านใดบ้าง และผมมีความเชื่อว่า coursework ต่างๆที่ผมได้ลงเรียนในคณะและภาควิชาอื่นๆนอกเหนือจากภาคเคมี จะสามารถทำให้ผมนำศาสตร์ต่างๆโดยเฉพาะทางด้าน alternative energy มาผสมผสานกับศาสตร์ทางด้านเคมีอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้นักศึกษามีศักยภาพในการนำความรู้ทางด้านเคมีที่ได้ร่ำเรียน มาใช้ให้เกิดประโยชน์ในการประกอบอาชีพในอนาคต และเนื่องจากผมได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมเครื่องมือและเทคนิคทางด้านเคมีที่ทันสมัยเพื่อใช้ในการทำวิจัยทางด้าน alternative energy ที่ Argonne National Laboratory ที่ Chicago จึงทำให้ผมมีความมั่นใจว่าผมสามารถสอนให้นักศึกษาเห็นว่าเคมี กับ alternative energy เป็นศาสตร์ที่ใกล้กันมาก

ส่วนการทำวิจัย ผมได้ศึกษา alternative energy หลายแขนงดังที่ได้กล่าวไว้แล้วข้างต้น ทำให้นักศึกษามีทางเลือกในการทำวิจัยทางด้าน alternative energy ได้หลากหลายยิ่งขึ้น ผมคิดว่าถ้าผมสามารถสอนให้นักศึกษามีความรู้ ความเข้าใจทางด้านเคมีอย่างถ่องแท้ มีความคิดในเชิงวิเคราะห์และมีความรักที่จะศึกษาหาความรู้ใส่ตัวอยู่สม่ำเสมอ นักศึกษาเหล่านี้ก็จะเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพในการขับเคลื่อนการพัฒนาเทคโนโลยีทางด้าน alternative energyให้เป็นประโยชน์กับประเทศไทยต่อไปในอนาคต

7. น้องเชนคิดว่าจะนำความรู้ที่ได้จากการมาศึกษาต่อในสหรัฐอเมริกากลับไปประยุกต์ใช้กับงานอย่างไรบ้าง และอยากให้ประเทศไทยมีการปรับปรุงทางด้านใดบ้างเพื่อรองรับการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีและการวิจัยต่าง ๆ โดยเฉพาะทางด้าน Alternative Energy ครับ

ถ้าเป็นทางด้านการเรียนการสอน ผมจะนำวิธีการคิดวิเคราะห์ที่ผมได้จากการเรียนที่นี้ ไปสอนให้นักศึกษามีความสามารถในการใช้ความรู้ทางด้านเคมีเพื่อใช้ในแก้ปัญหาเบื้องต้นในการทำวิจัย ไม่ใช่พอมีปัญหาก็ถามแต่อาจารย์ที่ปรึกษาว่าควรจะทำอย่างไรต่อไป

ส่วนเรื่องการปรับปรุงเพื่อรองรับการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีและการวิจัยต่าง ๆ โดยเฉพาะทางด้าน Alternative Energy นั้น จริง ๆ แล้วผมคิดว่าประเทศไทยเรามีบุคลากรที่มีคุณภาพสูงไม่แพ้ชาวต่างชาติอยู่จำนวนมาก ท่านเหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในหลากหลายสาขา กระจายกันปฏิบัติงานอยู่ในหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ และ เอกชน หากเราสามารถสร้างโครงการวิจัยและพัฒนาขนาดใหญ่ โดยเชิญท่านเหล่านี้มาร่วมมือกันในการพัฒนางานวิจัย เพื่อนำองค์ความรู้ที่มีมาพัฒนาต่อยอดให้สามารถประยุกต์ใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรมและชุมชน จะเป็นประโยชน์มหาศาลต่อประเทศ และนอกเหนือจากประโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจแล้ว ยังช่วยให้เกิดเครือข่ายการเรียนรู้ และการต่อยอดเทคโนโลยีไปสู่คนรุ่นต่อ ๆ ไป อย่างเป็นระบบและต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ในอนาคต

8. อยากฝากข้อคิดอะไรให้ นักเรียนคนอื่นๆที่กำลังศึกษาอยู่ที่นี่ ในเรื่องการศึกษา การทำงานวิจัยและการดำรงชีพเพื่อให้มีความสำเร็จอย่างน้องเชนบ้างครับ

ผมอยากจะฝากข้อคิดสัก 5 ข้อ (1) ความตระหนักรู้ตนเอง เราควรที่จะรู้ว่าเราได้รับทุนรัฐบาลมาเพื่อที่จะนำความรู้ที่ได้เล่าเรียนในต่างประเทศกลับไปใช้เผยแพร่เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติ ดังนั้นเราก็ควรที่จะตั้งใจเรียนให้สุดความสามารถเท่าที่จะทำได้ (2) การจัดการกับอารมณ์ แน่นอนการที่เรามาเรียนในต่างประเทศ ห่างไกลครอบครัวและเพื่อนๆ ก็จะทำให้เราเกิดความวิตกกังวล และความกลัวเป็นธรรมดา ดังนั้นเราควรที่จะมีวิธีจัดการกับอารมณ์ที่ทำให้จิตใจเราเศร้าหมอง โดยการทำความเข้าใจและใช้การเข้าใจนั้นจัดการกับสถานการณ์ร้าย ๆ ที่เกิดขึ้นในระหว่างศึกษาต่อในต่างประเทศ (3) การจูงใจตนเอง การที่เรามาเรียนในต่างประเทศนั้น เราจะต้องเจอกับอุปสรรค ความปราชัย หรือความผิดพลาดอย่างแน่นอน ดังนั้นเราควรมองโลกในแง่ดีและมีความหวังว่าวันหนึ่งเราจะผ่านพ้นอุปสรรคนี้ได้ไปได้อย่างแน่นอน (4) ความเห็นอกเห็นใจ ถ้าเราเห็นคนอื่นประสบปัญหาไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรียน เรื่องส่วนตัว หรือเรื่องการดำเนินชีวิต เราก็ควรเห็นอกเห็นใจ และให้ความช่วยเหลือตามกำลังที่เรามีอยู่ (5) ทักษะทางสังคม ถึงแม้ว่าเราจะมาต่างประเทศเพื่อมาศึกษาหาความรู้ แต่เราก็ควรที่จะหาเวลาทำกิจกรรมต่าง ๆ นอกเหนือจากการเรียน ช่วยเหลืองานขององค์กรนักศึกษา เพื่อเสริมสร้างทักษะในการทำงานร่วมกับผู้อื่น ซึ่งเป็นประโยชน์ในการทำงานต่อไปในอนาคต