Skip to content. | Skip to navigation

Personal tools
Log in
You are here: Home ข่าวสาร ข่าวโครงการนวัตกรรมฯ ครั้งที่ 9 เดือนพฤศจิกายน 2552

ครั้งที่ 9 เดือนพฤศจิกายน 2552

ครั้งที่ 9 เดือนพฤศจิกายน 2552
โครงการนวัตกรรมข้าราชการไทยพันธุ์ใหม่ (นทร. ) ในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา (Thai Scholar Innovation in USA and Canada) ของ สนร. ภูมิใจนำเสนอผลงานนวัตกรรมดีเด่นด้าน A bi-objective covering location model for EMS systems ของคุณสุนาริน จันทะ หรือน้องน้ำ นักเรียนทุนรัฐบาลทุนกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศึกษาระดับปริญญาเอก สาขา Industrial Engineering อยู่ที่ Clemson University

น้องๆ เคยสงสัยไหมคะว่าทำไมระบบการให้บริการเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินในสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นบริการช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติภัยต่างๆ สามารถทำได้อย่างรวดเร็ว ทันใจ ไม่ว่าจะเป็นรถพยาบาลฉุกเฉิน และรถดับเพลิง ทั้งๆ ที่ในบางเมืองก็มีสถานบริการที่จำกัด และมีระบบการจราจรที่ต่างๆกันไป

การพัฒนาระบบการให้บริการเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินมีความจำเป็นต่อความปลอดภัยของชีวิตประชาชน ความล่าช้าแม้เพียงเสี้ยววินาที ก็อาจส่งผลให้ผู้เจ็บป่วยฉุกเฉินเสียโอกาสในการอยู่รอดได้ ดังนั้นการพัฒนาระบบดังกล่าวจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง วันนี้โครงการนวัตกรรมข้าราชการไทยพันธุ์ใหม่ (นทร. ) ในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา (Thai Scholar Innovation in USA and Canada) ของ สนร. ภูมิใจนำเสนอผลงานนวัตกรรมดีเด่นด้าน A bi-objective covering location model for EMS systems ของคุณสุนาริน จันทะ หรือน้องน้ำ นักเรียนทุนรัฐบาลทุนกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศึกษาระดับปริญญาเอก สาขา Industrial Engineering อยู่ที่ Clemson University ซึ่งจะตอบข้อสงสัยเรื่องระบบการให้บริการเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินให้น้องๆ หายข้องใจค่ะ

ผลงานดีเด่นของน้องน้ำ ได้แก่ ผลงานวิจัยเรื่อง A bi-objective covering location model for EMS systems ได้รับรางวัล Best paper in the Operations Research Track ในงาน IIE Annual Conference and Expo 2009 ที่จัดขึ้นที่เมืองไมอามี รัฐฟลอริดา นอกจากนี้ยังได้รับการเผยแพร่ในเว็บไซต์ของ Institute of Industrial Engineering และ Clemson University ด้วยค่ะ

เป็นอย่างไรบ้างคะ เกริ่นให้ฟังขนาดนี้เรียกความสนใจของเพื่อนๆให้อยากติดตามรายละเอียดผลงานเกี่ยวกับการพัฒนาระบบการให้บริการเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินของน้องน้ำกันแล้วใช่ไหมคะ ไปทำความรู้จักผลงานนี้จากบทสัมภาษณ์น้องน้ำกันดีกว่าค่ะ

 

1. อยากให้น้องน้ำช่วยเล่าประวัติส่วนตัวคร่าวๆ ให้เพื่อนฟังหน่อย รวมถึงอะไรเป็นสาเหตุให้สนใจเรียนทางด้าน Industrial Engineering ค่ะ

คุณพ่อ(สุพิทย์ จันทะ) และคุณแม่(ผ่องศรี จันทะ) ทำงานที่องค์การเภสัชกรรม น้ำเป็นลูกคนโต มีน้องชายหนึ่งคน (สุเมศวร จันทะ) เรียนจบปริญญาตรี สาขาสถิติ จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จากนั้นได้ทุนจากทบวงมหาวิทยาลัย เรียนต่อระดับปริญญาโท ที่เดิม จบแล้วบรรจุเป็นอาจารย์ประจำที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ คณะเทคโนโลยีและการจัดการอุตสาหกรรม ปราจีนบุรี ทำงานที่ปราจีนบุรี เป็นเวลา 3 ปี จึงได้รับทุนพัฒนาอาจารย์ มาเรียนต่อระดับปริญญาเอกที่ Clemson University, SC, USA ภาควิชา Industrial Engineering ค่ะ

สาเหตุที่ทำให้น้ำสนใจเรียนด้าน Industrial Engineering ก็เป็นเพราะว่าเนื้อหาของวิชาเกี่ยวข้องกับสถิติ ที่ตัวเอง มีพื้นฐานเดิม แต่เน้นทางด้านประยุกต์ใช้ในการแก้ปัญหาด้านอุตสาหกรรม ซึ่งเรียนแล้วสนุกและคิดว่ากำลังเป็นที่ต้องการของอุตสาหกรรมของประเทศไทย

 

2.ทราบว่าผลงานเรื่อง A bi-objective covering location model for EMS systems ได้รับรางวัล Best paper in the Operations Research Track ในงาน IIE Annual Conference and Expo 2009 (Institute of Industrial Engineering) ที่จัดขึ้นที่เมืองไมอามี รัฐฟลอริดา ที่จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 30 พฤษภาคม – 3 มิถุนายน 2552 อยากให้น้องน้ำช่วยเล่ารายละเอียดและบรรยากาศของการประกวดให้ฟังหน่อยค่ะ

งานนี้เป็นงานที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีสำหรับนักเรียน อาจารย์ และบุคคลในแวดวงอุตสาหกรรม ในงานมีการนำเสนอผลงานของนักเรียนและอาจารย์ จากมหาวิทยาลัยทั้งในสหรัฐอเมริกาและทั่วโลกกว่า 30 ประเทศ มีการแสดงเทคโนโลยีใหม่ๆของภาคอุตสาหกรรม มีกิจกรรมและการประกวด หลายรายการด้วยกัน เนื่องจากเป็นงานใหญ่ประจำปีที่รวมทุกแขนงของ Industrial Engineering เข้าด้วยกัน การนำเสนอผลงานมี 2 ส่วน คือ ภาคบรรยาย มี 860 บทความ และภาคโปสเตอร์มี 89 บทความ โดย 400 เรื่องจากทั้งหมด จะได้ตีพิมพ์ใน proceedings ผลงานวิจัยของเราได้รับการตอบรับให้นำเสนอภาคบรรยาย โดยการนำเสนอภาคบรรยายแบ่งย่อยออกเป็น 20 track แต่ละ track จะแบ่งย่อยออกไปอีกหลาย section ในรอบแรกงานของเรา จะถูกประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญ ในด้านเดียวกัน ซึ่งอาจเป็นผู้ที่ร่วมส่งผลงานด้วยกันเอง จากนั้น track chair จะประเมินอีกทีแล้วส่งบทวิจารณ์ มาให้เรา ผู้ที่อ่านผลงานของเราและ track chair จะเป็นผู้พิจารณาว่าควรจะเสนอชื่อว่าเราให้รับรางวัลหรือไม่ จากนั้น เมื่อได้ผู้แทนจากทุก section การประเมินขั้นสุดท้ายจะทำโดยคณะกรรมการของทาง Institute of Industrial Engineering โดยเราจะไม่รู้เลยว่าใครประเมินงานของเราในรอบแรก หรือว่าเราถูกเสนอชื่อหรือไม่ รู้อีกทีก็คือได้รับรางวัลเลยค่ะ หากสนใจรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการประชุมวิชาการนี้ ติดตามได้ที่ http://www.iienet2.org/annual2/details.aspx?id=15532#IERC

ส่วนรายละเอียดของงานวิจัยติดตามได้ที่นี่

 

 

3. ทราบไหมคะว่าคณะกรรมการใช้เกณฑ์อะไรเป็นตัดสินเลือกผลงานชนะเลิศ

ใช้เกณฑ์ทั่วไป ดังนี้ Innovation, contribution to the field, technical difficulty, exposition

 

4. ช่วยเล่ารายละเอียดของงานวิจัยชิ้นนี้คร่าวๆ ให้พวกเราฟังหน่อยได้ไหมคะ ว่าเกี่ยวกับอะไร มีอุปสรรคใดบ้างในระหว่างการทำวิจัย และทราบว่างานวิจัยชิ้นนี้เป็นผลงานร่วมกับอาจารย์ท่านอื่น มีการแบ่งงานอย่างไร และในส่วนของน้องน้ำทำด้านไหนคะ

งานวิจัยชิ้นนี้เกี่ยวข้องกับระบบ EMS (Emergency Medical Service) ซึ่งเป็นระบบที่ให้บริการเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน โดยจะจัดรถไปรับส่งผู้ป่วยเพื่อไปโรงพยาบาล หรือให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้น โดยปกติเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ผู้ป่วยจะโทรเข้า 911 แล้วระบบจะจัดการส่งรถที่ว่างและใกล้ที่สุดไปให้บริการ ในงานวิจัยนี้ เราต้องการหาจุดจอด ที่เหมาะสมให้กับรถพยาบาล โดยมีวัตถุประสงค์ 2 ประการคือ หนึ่งเพื่อให้รถพยาบาลสามารถวิ่งไปให้บริการได้ทันเวลาในจำนวนมากที่สุด โดยเวลามาตรฐานของสหรัฐฯอยู่ที่ 8.59 หรือประมาณ 9 นาที และสองคือเพื่อลดความไม่เท่าเทียมกัน (inequity) ในการรับบริการของผู้ป่วย ทั้งในเมือง และนอกเมือง ซึ่งถือเป็นจุดเด่นของงานวิจัยชิ้นนี้ เนื่องจากงานวิจัยอื่นๆ โดยทั่วไปจะทำเพื่อให้บริการผู้ป่วยฉุกเฉินได้ทันเวลาในจำนวนมากที่สุด โดยไม่คำนึงถึงการให้บริการผู้ป่วยที่อยู่นอกเมืองเนื่องจากถือเป็นคนส่วนน้อย แต่งานวิจัยของน้ำจะทำให้ผู้ป่วยที่อยู่นอกเมืองมีโอกาสได้รับบริการเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินเร็วขึ้น โดยการหาจุดจอดที่เหมาะสมนั้น เราจะต้องคำนึงถึง ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง เช่น ข้อจำกัดพื้นฐานด้านสถานที่ รถ กำลังคน ในแง่ที่เรามีทรัพยากรจำกัด ปริมาณของสายเรียกเข้า เส้นทาง และอื่นๆ

ปัญหาทั้งหมดถูกนำมาเปลี่ยนเป็น Mathematical Model เพื่อสามารถหาคำตอบ ที่ดีที่สุด เมืองกรณีศึกษา คือ Hanover County, VA ซึ่งเป็นเมืองที่มีทั้งส่วนในเมืองและนอกเมือง ทำให้เหมาะสมเป็นอย่างยิ่งสำหรับงานวิจัยนี้ ทั้งนี้ผลที่ได้จากการใช้ Model นี้จะได้ทางเลือกหลากหลาย ซึ่งสามารถนำไปใช้เป็นข้อมูลสำหรับตัดสินใจตั้งจุดจอดที่เหมาะสมของเมืองโดยคำนึงถึงทั้งการให้บริการผู้ป่วยได้ทันเวลาในจำนวนมากที่สุด ผู้ป่วยที่อยู่นอกเมืองมีโอกาสรับบริการเท่าเทียมกับผู้ป่วยที่อยู่ในเมือง งานวิจัยนี้มีผู้ร่วมวิจัยทั้งหมด 4 คน คือ น้ำ, อาจารย์ที่ปรึกษา Dr. Maria Mayorga, Dr. Margaret Wiecek ผู้เชี่ยวชาญด้าน Multiobjective จากภาควิชา Mathematical Sciences ของ Clemson University, และ Dr. Laura McLay จากภาควิชา Statistical Sciences and Operations Research, Virginia Commonwealth University งานวิจัยนี้เป็นส่วนหนึ่งของงานวิจัยทั้งหมดที่ Dr. McLay และ Dr. Mayorga ทำร่วมกัน นอกจากการกำหนดจุดจอดหลักแล้ว รูปแบบการส่งรถออกไปให้บริการ รวมถึงการเปลี่ยนจุดจอดระหว่างวันก็ สามารถช่วยให้การบริการเป็นไปได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ในสองส่วนหลังเพื่อนนักเรียนปริญญาเอกคนอื่น เป็นคนรับผิดชอบไปค่ะ รางวัลนี้ที่ได้มาต้องขอขอบคุณอาจารย์ที่ปรึกษา Dr. Mayorga ที่ให้การสนับสนุนอย่างดียิ่ง ทั้งเป็นผู้วางแผนและวางภาพรวมที่สำคัญของงานวิจัย นอกจากนั้น ยังมีครอบครัวที่ดูแลด้วยความรักความอบอุ่น และคุณอรอุไร แสงสว่าง เพื่อนที่คอยอยู่ด้วยเวลาทำงานวิจัยไม่ว่าจะดึกดื่นแค่ไหน

อุปสรรคระหว่างการทำงานก็มี คิดงานไม่ออก เนื่องจากในรายละเอียดต้องใช้ความรู้ด้าน Mathematics ลึกและต้องมีการเขียนโปรแกรมเพื่อให้ได้คำตอบ บางครั้งมันคิดไม่ออก ไม่รู้จะทำยังไง บวกกับต้องรายงานผลกับอาจารย์ที่ปรึกษาทุกอาทิตย์ บางครั้งก็เครียด แต่แก้ปัญหาด้วยการหยุดพักและหันไปทำอย่างอื่น ดูหนังฟังเพลงแก้เครียด สวดมนต์ นั่งสมาธิ ให้ใจสงบ ช่วยให้ปัญญาเกิด อันนี้ช่วยได้เยอะ อยากให้ทุกคนลองไปทำดู

 

5. จะสามารถนำผลจากงานวิจัยนี้ไปประยุกต์ใช้กับระบบ EMS ในประเทศไทยได้ไหมคะ เนื่องจากเมืองตัวอย่างก็เป็นเมืองในสหรัฐ ที่มีลักษณะของเมืองและการจราจรที่ต่างจากประเทศไทย

ได้แน่นอนค่ะ คือ ลักษณะโครงสร้างของปัญหาคล้ายกัน สามารถปรับใช้ด้วยกัน ได้อย่างสบาย ในแง่ที่ประเทศไทยมีการวางผังเมืองและลักษณะของการจราจรไม่เหมือน ก็อาจจะต่างกันในส่วนของข้อมูล ที่นำมาเป็น input เช่น ถ้าการวางผังเมืองต่างกัน วิธีในการประมาณระยะทางก็อาจจะต่างกัน ถ้าการจราจรแตกต่างกัน รูปแบบการกำหนดสถานี หรือรูปแบบการส่งรถก็อาจจะต่างกัน เป็นต้นค่ะ

 

6. อยากให้น้องน้ำช่วยแนะนำหลักสูตร Industrial Engineering ที่ Clemson U. ว่ามีลักษณะการเรียนการสอนเป็นอย่างไร แตกต่างจากที่มหาวิทยาลัยอื่นอย่างไร และมีคำแนะนำ และข้อคิดเห็น อะไรบ้างสำหรับน้องๆ ที่สนใจอยากเข้าเรียนสาขานี้ที่ Clemson U. คะ

หลักสูตร Industrial Engineering ของที่นี่มีวิชา core course 5 วิชา ด้วยกัน ได้แก่

Engineering Optimization and Applications, Human Factors Engineering, Manufacturing Systems Planning and Design, Foundations in Quality Engineering, and Modeling Systems Under Risk นักเรียนทั้งระดับปริญญาโท และเอกจะต้องผ่านวิชาหลักทั้ง 5 ตัวนี้ โดยถ้าเป็นนักเรียนปริญญาเอกก็จะต้องสอบ qualifying exam ที่เน้น 5 วิชานี้ก่อน จากนั้นจึงเริ่มทำวิจัย โดยงานวิจัยของที่นี่ หลักๆก็คือด้าน Human Factors, Optimization and Heuristics, Quality Control, Supply Chain & Logistics. ถ้าใครที่ชอบหรือสนใจงานวิจัยด้านเหล่านี้ ก็ขอแนะนำให้มาเรียนด้วยกันที่ Clemson ค่ะ

 

7. มีอะไรอยากแนะนำรุ่นน้อง บ้างคะ ทั้งในเรื่องการศึกษา งานวิจัย ผลงาน การเข้าร่วมสัมนาต่างๆ ฯลฯ ในระหว่างที่ต้องใช้ชีวิตศึกษาในต่างแดน

การเรียนและการใช้ชีวิตที่นี่ค่อนข้างเร่งรีบ ถ้าเพิ่งมาปีแรกจะปรับตัวลบาก ภาษาก็ยังไม่ได้ อยากให้กำลังใจนักเรียนใหม่ว่าอย่าท้อ ทุกคนก็เป็น แล้วปีต่อๆไป มันจะดีขึ้นเองไม่ต้องเครียด การคุยกับเพื่อนจะช่วยให้เราหายเครียดได้ ถ้าเราไม่คุยกับใครเรามักจะคิดว่า เราเรียนแย่ที่สุดในห้องไม่เข้าใจอยู่คนเดียว แท้ที่จริงไม่ใช่ คนอื่นๆก็เหมือนกับเรา บางครั้งแย่กว่าเรา การรู้เขารู้เราทำให้ เรามีความมั่นใจขึ้น นอกจากนั้นเพื่อน ยังเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญ เราสามารถแลกเปลี่ยนความรู้กันได้ทุกเรื่อง ดังนั้นการคุยกับเพื่อนจึงเป็นสิ่งสำคัญ

เรื่องการเลือกเรื่องที่จะทำวิจัย อยากแนะนำให้เลือกเรื่องที่ชอบจริงๆและมีพื้นความรู้เดิมอยู่พอสมควรถึงมากที่สุด เพราะจะทำให้ทำงานได้เร็วและง่ายขึ้นมาก ด้านการทำงานกับอาจารย์ที่ปรึกษา ก็ต้องมีการเรียนรู้และปรับตัวให้เข้ากัน รู้จักรายงานผล บางครั้งเราทำหลายอย่างแต่มัน ไม่ได้ผลดีซักอย่าง สรุปอะไรไม่ได้ เราก็ต้องอธิบายได้ว่าเราได้พยายามทำอะไรมาบ้าง ตัวเองกับอาจารย์ที่ปรึกษาทำงานกันเหมือนเพื่อน เสนอความคิดหรือโต้แย้งกันได้ทุกเรื่อง ซึ่งเป็นจุดหนึ่งที่ทำให้งานออกมาดี และเวลาทำงานก็ไม่กดดัน คนไทยบางทีไม่ชอบพูด อยากให้แนะนำให้พูดมากขึ้น ชอบหรือไม่ชอบอะไรก็ให้บอกออกมาคุยกัน แล้วทุกอย่างจะออกมาดีเอง

 

8. รู้สึกอย่างไรบ้างคะ ที่ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการผลงานนวัตกรรมข้าราชการรุ่นใหม่ ของ สนร. และได้เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเพื่อนๆ นักเรียนทุนรัฐบาล

รู้สึกดีใจ ภูมิใจ และเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับคัดเลือก คอยติดตามดูผลงาน ของนักเรียนคนอื่นๆมาตั้งแต่เริ่มต้นโครงการ ดูไม่เคยเบื่อ รู้สึกภูมิใจที่มีคนไทยเก่งๆ อันที่จริงอยากให้สนร. ติดประกาศผลงานของนักเรียนทุกคน ไม่ว่าจะได้รางวัลอะไรก็ตาม ถือว่าเป็นตัวอย่างที่ดี ควรได้รับการยกย่อง จะได้เป็นกำลังใจกับผู้ที่ได้รับรางวัล และเป็นความภาคภูมิใจของเพื่อนนักเรียนไทยด้วยกัน

 

9. รู้สึกอย่างไรกับการกลับไปทำงานที่ประเทศไทยคะ และคิดว่าจะนำความรู้ที่ได้จากการมาศึกษาต่อในสหรัฐอเมริกากลับไปประยุกต์ใช้กับงานอย่างไรบ้างค่ะ

รู้สึกว่ามีหลายอย่างที่อยากกลับไปทำที่ประเทศไทย เช่น ระบบการเรียนการสอนที่เน้น การสร้างกระบวนความคิด ไม่ใช่การทำแบบฝึกหัดท้ายเล่มแล้วสอบ การจัดกิจกรรม ทางวิชาการ การทำโปรเจค ที่ทำให้นักเรียนได้ประยุกต์ใช้เป็นและเห็นภาพจริง เหล่านี้คิดว่านำกลับไปใช้ได้โดยตรง เด็กที่นี่ต้องช่วยตัวเองทุกเรื่องทั้งการใช้ชีวิต การเรียน จึงทำให้เก่งเอาตัวรอดได้ดี ถ้ากลับไปคิดว่าจะฝึกเด็กไทยให้ช่วยตัวเอง เป็นตัวของตัวเอง รู้จักคิด และเอาตัวรอดให้ได้แบบเด็กที่นี่ การศึกษาต่อต่างประเทศ ทำให้เราได้ประโยชน์หลายอย่างไม่เฉพาะวิชาความรู้ แต่ยังรวมไปถึงเรื่องอื่นๆ เช่น ลักษณะการทำงาน การใช้ชีวิต แนวคิด สังคม รวมไปถึงการบริหารประเทศ การที่เราได้มีโอกาสมาดูประเทศ ที่เขาพัฒนาไกลไปกว่าเราหลายสิบปี เราได้รู้ว่าอะไรที่เค้าทำแล้วมันจะดี และอะไรที่เขาทำแล้วมันจะไม่ดี เหมือนเราอ่านรายงานการวิจัย เราไม่จำเป็นต้องเริ่มจากศูนย์แบบเขา หรือทำตาม เพื่อให้ได้ผลลัพธ์แบบเดียวกัน แต่เราสามารถเลือกทำสิ่งที่เหมาะสมกับเราและทำให้ดีกว่า

 

เป็นอย่างไรคะ บทสัมภาษณ์ของน้องน้ำ พอได้อ่านอย่างนี้แล้วก็ทำให้พี่รู้สึกดีใจที่ประเทศไทยจะได้ว่าที่ดอกเตอร์คนนี้กลับไปถ่ายทอดความรู้ และประสบการณ์ที่ได้ในระหว่างศึกษาและทำงานวิจัยอยู่ในสหรัฐอเมริกาให้กับน้องๆ นักเรียน นักศึกษาไทย เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาประเทศไทยของเราต่อไปนะคะ

สนร. หวังว่านอกจากน้องน้ำแล้ว น้องๆ นทร. คนอื่นๆ ก็คงมีความคิดเช่นเดียวกับน้องน้ำ และอยากให้ สนร. เป็นกำลังใจและเผยแพร่ผลงานของน้องๆ จึงขอเชิญชวนน้องๆ นทร. นำเสนอผลงานดีๆ และเป็นที่ยอมรับไม่ว่าจะเป็นบทความ งานวิจัย หรือกิจกรรมต่างๆ มายัง สนร. เพื่อร่วมโครงการครั้งต่อไป ไม่แน่นะคะ ท่านอาจเป็นผู้ที่ได้รับเลือกเข้าร่วมโครงการของเราครั้งหน้าก็ได้  สำหรับครั้งนี้คงต้องลาไปก่อน พบกันใหม่ครั้งหน้านะคะ สวัสดีค่ะ