Skip to content. | Skip to navigation

Personal tools
Log in
You are here: Home ข่าวสาร ข่าวโครงการนวัตกรรมฯ ครั้งที่ 7 เดือนเมษายน 2552

ครั้งที่ 7 เดือนเมษายน 2552

ครั้งที่ 7 เดือนเมษายน 2552
สำหรับโครงการนวัตกรรมข้าราชการไทยพันธุ์ใหม่ (นทร. ) ในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา (Thai Scholar Innovation in USA and Canada) ครั้งนี้ สนร. ภูมิใจเสนอผลงานนวัตกรรมดีเด่นด้านพยาธิชีววิทยาของคุณวิน สุรเชษฐพงษ์ นักเรียนทุนพัฒนาอาจารย์ (สาขาขาดแคลน) ศึกษาระดับปริญญาเอก สาขาพยาธิชีววิทยา อยู่ที่ University of California at Davis

สวัสดีค่ะ กลับมาพบกันอีกครั้งแล้ว ก่อนอื่นๆ ต้องขอขอบคุณน้องๆ ทุกคนที่สนใจส่งผลงานมาให้ สนร. พิจารณานะคะ ต้องขอบอกว่าผลงานแต่ละด้านล้วนแล้วแต่มีความโดดเด่นแบบกินกันไม่ลงเลยจริงๆ ทำเอาพี่ๆ ชาว สนร. ทึ่งในความสามารถของนักเรียนทุนของไทยและอยากเผยแพร่ให้เป็นที่รับรู้ทั่วกัน ช่วงนี้ก็ใกล้ปิดภาคการศึกษากันแล้ว สำหรับนักเรียนที่ไม่ลงทะเบียนเรียนภาคฤดูร้อน และจะกลับไปเยี่ยมบ้าน ก็คงจะหลีกเลี่ยงอากาศร้อน(แบบสุดๆ)ของบ้านเรา และยุงที่มีชุกชุมกันไม่ได้แน่นอน เอ..เกริ่นกันมาขนาดนี้เห็นทีโครงการนวัตกรรมครั้งนี้จะต้องเกี่ยวกับเรื่องยุงแน่นอน

สำหรับโครงการนวัตกรรมข้าราชการไทยพันธุ์ใหม่ (นทร. ) ในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา (Thai Scholar Innovation in USA and Canada) ครั้งนี้ สนร. ภูมิใจเสนอผลงานนวัตกรรมดีเด่นด้านพยาธิชีววิทยาของคุณวิน สุรเชษฐพงษ์ นักเรียนทุนพัฒนาอาจารย์ (สาขาขาดแคลน) ศึกษาระดับปริญญาเอก สาขาพยาธิชีววิทยา อยู่ที่ University of California at Davis

ผลงานดีเด่นของคุณวิน ได้แก่ ผลงานวิจัยเรื่องการค้นพบกลไกทางด้านภูมิคุ้มกันของยุงก้นปล่อง (Anopheles) ที่ควบคุมเชื้อมาลาเรียซึ่งได้รับรางวัล William C. Reeves New Investigator Award ชนะเลิศอันดับหนึ่งในงาน The 77th Mosquito Vector Control Association of California (MVCAC) Annual Conference ณ เมือง เบอร์ริงเกม รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ยังได้รับการเผยแพร่ในเว็บไซต์ของ University of California at Davis อีกด้วย (สนใจอ่านข่าวในเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยได้ที่ http://entomology.ucdavis.edu/news/reevesaward2009.html  และhttp://www.universityofcalifornia.edu/news/article/19492 นะคะ)

น่าสนใจไม่ใช่น้อยเลยใช่ไหมคะ รอช้าไม่ได้แล้ว เราไปทำความรู้จักผลงานนี้จากบทสัมภาษณ์คุณวินกันดีกว่าค่ะ

 

1. อยากให้วินช่วยเล่าประวัติส่วนตัวคร่าวๆ ให้เพื่อนฟังหน่อย รวมถึงอะไรเป็นสาเหตุให้สนใจเรียนทางด้าน Pathobiology ค่ะ         

ผมเรียนจบคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง เหรียญทอง ปี 2543 คุณแม่ผมเป็นอาจารย์สอนอยู่ที่คณะอักษรศาสตร์ ม.ศิลปากร (จันทิวา สุรเชษฐพงษ์) ส่วนคุณพ่อผมรับราชการเป็นตำรวจ (พล.ต.ท.ถวิล สุรเชษฐพงษ์) ผมมีน้องชายอีกคน (น.สพ.ภาสัณฑ์) จบจากที่เดียวกัน

หลังจากเรียนจบผมทำงานเป็นสัตวแพทย์ประจำศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ ที่จุฬาฯ อยู่ 2 ปี ก่อนมาสมัครเป็นอาจารย์ที่ภาควิชาจุลชีววิทยาและวิทยาภูมิคุ้มกัน คณะสัตวแพทยศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์  ที่ผมไปสมัครเป็นอาจารย์ที่ม.เกษตรฯ นอกจากคุณแม่ที่มีส่วนสนับสนุนอย่างมากแล้ว ผมต้องขอขอบคุณอาจารย์อีกสองท่านคือ รศ.สพ.ญ.ดร.เจนนุช ว่องธวัชชัย ที่จุฬาฯ และ รศ.ดร.องอาจ เลาหวินิจ จากม.เกษตรฯ ที่มีส่วนช่วยให้คำแนะนำและให้การสนับสนุนอย่างดี   หลังจากนั้นผมได้รับทุนพัฒนาอาจารย์สาขาขาดแคลน เพื่อมาศึกษาต่อระดับปริญญาโทด้าน พยาธิชีววิทยา (Pathobiology) ที่ University of Arizona ตอนใกล้ๆ จบโท ผมก็มองหาที่จะทำปริญญาเอกต่อ และตัดสินใจย้ายมาเรียนที่  University of California, Davis เนื่องจากมหาวิทยาลัยนี้มีโรงเรียนสัตวแพทย์ที่มีชื่อเสียง  โดยตอนนี้ rank อยู่อันดับ 2 ของประเทศสหรัฐอเมริกา ประกอบกับทางคณะสัตวแพทย์ เกษตรฯ ต้องการให้ผมเน้นลงลึกไปทางด้านภูมิคุ้มกันวิทยา (Immunology) ด้วย ก็เลยตัดสินใจย้ายมาที่นี่  สำหรับที่สนใจเรียนทางด้าน Pathobiology เพราะเป็นวิชาที่ศึกษาถึง กลไกการเกิดโรค และยังครอบคลุมถึงเชื้อโรค และระบบภูมิคุ้มกันของสิ่งมีชีวิต ซึ่งจัดได้ว่าเป็นสาขาวิชาที่มีความสำคัญทั้งทางการแพทย์และสัตวแพทย์  เพราะผู้จะจบมาทำงานด้านการแพทย์ต้องมีความรู้พื้นฐานเหล่านี้และเข้าใจเกี่ยวกับกลไกการเกิดโรคต่างๆ ก่อนจะนำไปสู่การรักษาที่ถูกต้องในที่สุด

 

2. ทราบว่าผลงานวิจัยเรื่องการค้นพบกลไกทางด้านภูมิคุ้มกันของยุงก้นปล่อง (Anopheles) ที่ควบคุมเชื้อมาลาเรียได้รับรางวัล William C. Reeves New Investigator Award ชนะเลิศอันดับหนึ่งในงาน The 77th Mosquito Vector Control Association of California (MVCAC) Annual Conference อยากให้วินช่วยเล่ารายละเอียดของการประกวดให้ฟังหน่อยค่ะ และนอกจากรางวัลนี้วินเคยได้รับรางวัลอื่นๆ บ้างหรือเปล่าค่ะ

รางวัลนี้เป็นรางวัลที่ตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติกับ Professor William C. Reeves ซึ่งเป็นอาจารย์ที่มีชื่อเสียงมากทางด้านโรคติดเชื้อนำโดยแมลง โดยผู้ชนะจะได้รับประกาศนียบัตรและเงินรางวัล $1000 รวมทั้งได้รับเกียรติจากทางสมาคมให้ตีพิมพ์ผลงานในวารสารวิชาการประจำปี   สำหรับการคัดเลือกคือ Graduate student หรือ Postdoc ที่สนใจต้องส่งรายละเอียดงานวิจัยที่จะนำเสนอไปให้ทางคณะกรรมการพิจารณา หลังจากนั้นคณะกรรมการจะแจ้งให้ผู้ที่ถูกคัดเลือกทราบ  เพื่อเข้าร่วมเสนอผลงานแบบบรรยายในการประชุมประจำปี (บรรยายเป็นเวลา 15 นาที และตอบคำถาม 5 นาที) คือผมก็ไม่ได้ตั้งความหวังไว้มากว่าจะต้องได้รางวัล เนื่องจากผู้ที่นำเสนอผลงานท่านอื่นก็มีความน่าสนใจและเขาก็นำเสนอได้ดี ส่วนที่คณะกรรมการคัดเลือกงานของผม นอกจากการนำเสนอแล้ว ผมว่าสิ่งสำคัญคือผลของการค้นพบและคุณภาพของงานที่นำเสนอ  นอกจากรางวัลนี้แล้ว ผมเคยได้รับรางวัลที่ช่วยสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมประชุมและนำเสนอผลงาน  เช่น จาก American Society of Tropical Medicine and Hygiene (Student travel award) หรือ อันที่ได้ล่าสุดคือ The Bill and Melinda Gates Global Health Travel Awards จาก Keystone Symposia ซึ่งคิดเป็นเงินเกือบ $3000 งานนี้จัดขึ้นที่กรุงเทพ  การเข้าร่วมประชุมครั้งนั้นเป็นโอกาสที่ดีมากเพราะผมได้คุยงานวิจัยและเยี่ยมชมแลปของอาจารย์ที่ทำวิจัยเกี่ยวกับยุงที่ประเทศไทย และกำลังววางแผนเพื่อทำงานวิจัยร่วมกันในอนาคตอีกด้วย

 

3. ช่วยเล่ารายละเอียดของงานวิจัยชิ้นนี้คร่าวๆ ให้พวกเราฟังหน่อยได้ไหมคะ

ผมขอแนะนำอย่างสั้นๆ เกี่ยวกับโรคมาลาเรียก่อนนะครับ  โรคมาลาเรียเป็นโรคติดเชื้อโปรโตซัวพลาสโมเดียม (Plasmodium) นำโดยยุงก้นปล่อง (Anopheles)  โดยเชื้อนี้มีการพัฒนาและเพิ่มจำนวนในยุง ก่อนที่เชื้อจะถูกถ่ายทอดมาสู่คนในระหว่างที่ยุงกินเลือด  เมื่อคนติดเชื้อจะแสดงอาการไม่สบาย เพลีย ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตัว มีไข้เป็นเวลา หากมีภาวะแทรกซ้อน เช่น มาลาเรียขึ้นสมอง ก็เป็นอันตรายทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้  ดังนั้นหากเราสามารถยังยั้งการพัฒนาและเพิ่มจำนวนของเชื้อในยุงแล้ว  เราก็สามารถตัดวงจรการแพร่เชื้อมาลาเรียมาสู่คนได้  สำหรับงานวิจัยที่ผมเสนอนั้นเป็นการศึกษากลไกการสื่อสารในเซลล์ (cell signaling) ของยุงก้นปล่อง (Anopheles)  ที่มีผลต่อการควบคุมเชื้อมาลาเรียในยุง  คร่าวๆ คือ เราพบว่าสารไซโตไคน์ (cytokine) ในเลือดของคนมีผลต่อระบบภูมิคุ้มกันของยุงและต่อการพัฒนาของเชื้อมาลาเรีย  หลังจากเรายับยั้งการสื่อสารบางอย่างในเซลล์ของยุง  เราพบว่ายุงสามารถฆ่าเชื้อมาลาเรียได้ดีขึ้นและพบว่ายุงที่ติดเชื้อนั้นมีจำนวนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ  งานวิจัยนี้เพิ่งได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Public Library of Science (PLoS Pathogens) ซึ่งเป็น Open access journal วารสารนี้มีค่าอ้างอิง Impact factor 9.3 ในปี 2007 ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในสาขาปรสิตวิทยา และอยู่ในลำดับที่ 5 ในสาขาจุลชีววิทยา ถ้าเพื่อนๆ สนใจสามารถเข้าชมและดาวน์โหลดได้ฟรีที่http://www.plospathogens.org/article/info%3Adoi%2F10.1371%2Fjournal.ppat.1000366

 

4. ผลงานที่ได้รับรางวัลนั้นเป็นงานส่วนหนึ่งของวิทยานิพนธ์ที่จะทำส่งระดับปริญญาเอก ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยได้ไหมคะว่าเป็นวิทยานิพนธ์เรื่องอะไร และทำไมถึงตัดสินใจทำวิทยานิพนธ์เรื่องนี้ และ มีอุปสรรคมากน้อยแค่ไหนคะ

หัวข้อวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาเอกของผมจะเป็นการศึกษาโปรตีน MAPK (Mitogen Activated Protein Kinase) ซึ่งเป็นโปรตีนที่ควบคุมการสื่อสารในเซลล์ (พบได้ทั้งในคนและสัตว์) คือศึกษาดูว่าสำหรับยุงกลไก (pathway) นี้มีผลอย่างไรต่อระบบภูมิคุ้มกันและการพัฒนาของเชื้อมาลาเรีย ที่ผมตัดสินใจเลือกงานวิจัยหัวข้อนี้ เพราะมาลาเรียและโรคอีกหลายชนิดที่นำโดยยุงยังเป็นปัญหาสำคัญในประเทศไทยและที่สำคัญคือ ยังไม่มีใครเคยศึกษาโปรตีนตัวนี้มาก่อนในยุงก้นปล่อง  จึงทำให้การค้นพบเป็นงานวิจัยที่ใหม่และน่าสนใจ   สำหรับอุปสรรคก็มีอยู่บ้างในช่วงแรกๆ เพราะผมไม่ได้ทำงานทางด้านนี้มาก่อน (คือเปลี่ยนจากด้านโรคสัตว์น้ำ มาเป็นโรคที่มีความสำคัญในคน) ก็ต้องอาศัยการเรียนรู้และการสังเกตค่อนข้างมากจากเพื่อนร่วมแลป เช่น เพื่อนในแลปคนนึงเขามีประสบการณ์ทำแลปมากกว่าผมหลายปี ผมก็เรียนรู้ด้านเทคนิคจากเขาและนำมาใช้กับการทดลองของตัวเอง หรือผมเห็นว่า Postdoc คนนี้เก่งเรื่องการนำเสนองาน การพูด การเตรียมสไลด์ ผมก็จำมาแล้วเอามาปรับให้เข้ากับงานของเรา ผมว่าสิ่งสำคัญก็คือเราต้องพยายามเรียนรู้สิ่งที่คนอื่นทำได้ดี  แล้วพิจารณาเอาข้อดีของเขามาปรับปรุงใช้กับตัวเรา  

 

5. ไหนๆพี่ก็มีโอกาสได้พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านโรคมาลาเรียอย่างวินแล้ว พี่ก็ขอใช้โอกาสนี้เรียนรู้เกี่ยวกับโรคมาลาเรียซึ่งเป็นโรคที่คนไทยส่วนใหญ่รู้จักหน่อยนะคะ  หากเราจำเป็นจะต้องเดินทางเข้าไปในเขตยุงชุกชุม วิธีป้องกันไม่ให้ติดโรคมาลาเรียที่ดีที่สุดคืออะไรคะ

วิธีป้องกันที่ดีที่สุดก็คือ ระวังไม่ให้ยุงกัด เช่น ใช้ยากันยุง นอนในมุ้งหรือห้องที่มีมุ้งลวด  สำหรับในประเทศไทย ปัญหาการระบาดของโรคมาลาเรียได้ลดลงมาก ที่ยังเป็นปัญหาอยู่มากคือบริเวณแนวชายแดนที่มีเขตติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น พม่าหรือกัมพูชา ซึ่งบริเวณเหล่านี้เป็นป่า และมีปัญหาเรื่องผู้อพยพหรือชนกลุ่มน้อยทำให้ยากต่อการควบคุม  ส่วนในประเทศที่พัฒนาแล้วเช่น สหรัฐ ทาง ศูนย์ควบคุมโรคของสหรัฐ(CDC) จะแนะนำนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้าไปยังเขตที่มีโรคมาลาเรียระบาด ให้รับประทานยาต้านมาลาเรียเพื่อเป็นการป้องกัน  หรือหลังจากเดินทางกลับ  ถ้านักท่องเที่ยวมีอาการป่วย เช่น ปวดหัว เป็นไข้ ก็ควรจะไปพบแพทย์ และแจ้งประวัติการเดินทางประกอบด้วย เพื่อให้แพทย์ตรวจเพิ่มเติมและให้การรักษาที่ถูกต้องต่อไปครับ

 

6. พี่อยากทราบว่าในสหรัฐนี้มียุงชนิดไหนที่จะแพร่โรคและเป็นอันตรายได้อย่างยุงก้นปล่องบ้าง และช่วยอธิบาย อาการของโรคและการรักษา/ป้องกันให้เพื่อนๆ ฟังหน่อยได้ไหมคะ นอกจากนี้แล้วพี่สังเกตว่าในระยะ 2-3ปีที่ผ่านมามียุงมากขึ้นกว่าปีที่แล้วๆ มามาก พอจะทราบไหมคะว่าเป็นเพราะอะไร

โรคมาลาเรียในคนจะนำโดยยุง Anopheles เท่านั้น โดยในสหรัฐ มาลาเรียถูกกำจัดตั้งแต่ประมาณปี ค.ศ. 1951 ดั้งนั้นแม้ในสหรัฐจะยังมียุง Anopheles บางชนิดอยู่  แต่เราจะไม่พบการระบาดของโรค  อาการของโรคมาลาเรียประกอบด้วย อาการไม่สบาย เพลีย ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว  มีไข้เป็นเวลา โลหิตจาง หรือปัสสาวะเป็นเลือดได้  สาเหตุที่ทำให้ตายส่วนมากเกิดจากภาวะ Severe malaria (พบได้บ่อยจากเชื้อ Plasmodium falciparum) ในเด็กหรือคนที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ   การป้องกันโรคที่ได้ผลดี คือ การป้องกันยุงกัด (เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรคมาลาเรียใช้)  ทั้งนี้ควรทำร่วมกับการควบคุมยุง เช่น กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ หรือการพ่นยาฆ่าแมลง  หรือการกินยาต้านมาลาเรียเพื่อป้องกันการติดเชื้อในกรณีที่ต้องเดินทางเข้าไปในเขตที่มีการระบาดของโรค   การรักษาโรคมาลาเรียทำได้โดยการกินยาต้านเชื้อ เช่น ยาในกลุ่ม Artimesinin หรือกลุ่ม Quinine    ส่วนเรื่องที่พบปริมาณยุงมากขึ้น อาจเป็นไปได้จากการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมและภูมิอากาศ ยกตัวอย่างเช่น ภาวะโลกร้อน ทำให้แหล่งที่อยู่อาศัยของยุงบางชนิดขยายขึ้นไปทางเหนือของสหรัฐมากขึ้น ซึ่งเคยเป็นเขตที่อุณหภูมิต่ำ

 

7. พี่ขอถามเกี่ยวกับเรื่องไข้หวัดหมูหน่อยนะค่ะ เพราะกำลังเป็นประเด็นสำคัญที่ทั่วโลกให้ความสนใจอยู่ในขณะนี้ วินพอจะอธิบายถึงสาเหตุ อาการ และก็การรักษา/การป้องกันให้กับเพื่อนๆ นักเรียนทุนทราบหน่อยได้ไหมค่ะ จะได้เป็นข้อมูลและเป็นประโยชน์กับนักเรียนทุนในการระมัดระวังไม่ให้ป่วยจากเชื้อตัวนี้ค่ะ

ผมขอเอาข้อมูลจากศูนย์ควบคุมโรคของสหรัฐ (CDC) และองค์การอนามัยโลก (WHO) มาตอบนะครับ และเนื่องจากสถานการณ์ของโรคเปลี่ยนแปลงเร็วมาก ผมแนะนำว่าถ้าต้องการทราบข้อมูลล่าสุด  ให้ลองเข้าไปเช็คที่เวป www.cdc.gov หรือ www.who.int  การระบาดขณะนี้เกิดจากเชื้อไวรัส Influenza A H1N1 ที่เป็นสายพันธุ์ใหม่ โดยมีการเอายีนจากไวรัสในคน หมู และสัตว์ปีก มาผสมกัน และเนื่องจากคนไม่มีภูมิคุ้มกันต่อสายพันธุ์นี้มาก่อน รวมทั้งยังไม่มีวัคซีนสำหรับสายพันธุ์นี้  จึงทำให้ทั่วโลกวิตกกังวลเกี่ยวกับแพร่ระบาด  จริงๆ แล้วชื่อเรียกไวรัสตัวนี้ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ ว่าควรเรียก ไข้หวัดหมู (swine flu) หรือ ไข้หวัดใหญ่ H1N1 หรือ ไข้หวัดใหญ่ชนิดร้ายแรงสายพันธุ์เม็กซิโก ตอนนี้ที่มีรายงานคือ เชื้อจะติดจากคนสู่คน ดังนั้นการกินเนื้อหมูหรือการทำอาหารด้วยเนื้อหมูไม่สามารถติดโรคได้ครับ  ลักษณะอาการจะคล้ายกับเวลาเราเป็นหวัด เช่น มีไข้ ไอ เจ็บคอ ปวดหัว ปวดเมื่อยตามตัว หนาวสั่น หรืออาจมีอาเจียนและท้องเสียร่วมด้วย  ถ้ามีอาการรุนแรงมากจะมีการติดเชื้อในปอดและภาวะการหายใจล้มเหลว จนถึงตายได้ การรักษาทำได้โดยใช้ยาต้านไวรัส เช่น Oseltamivir (Tamiflu®) หรือ Zanamivir (Relenza®) แต่ยาจะได้ผลดีต่อเมื่อเราได้รับยาภายใน 48 ชั่วโมงหลังจากแสดงอาการ  ที่ดีที่สุดคือ การป้องกัน เช่น หลีกเลี่ยงการสัมผัสผู้ป่วย เวลาไอหรือจามควรหาผ้าปิด  ควรล้างมือบ่อยๆ และไม่ควรสัมผัส ปาก จมูก หรือตา หลีกเลี่ยงการเดินทางไปในประเทศหรือเขตที่มีการระบาด  ถ้ามีอาการไข้หวัด (Flu-like symptom) ควรพักอยู่ที่บ้านและถ้าอาการไม่ดีขึ้นควรรีบไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษาโดยเร่งด่วนครับ

 

8. มีอะไรอยากแนะนำรุ่นน้องๆ บ้างคะ ทั้งในเรื่องการศึกษา งานวิจัย ผลงาน การเข้าร่วมสัมนาต่างๆ ฯลฯ ในระหว่างที่ต้องใช้ชีวิตศึกษาในต่างแดน

ผมอยากฝากให้เพื่อนๆ นักเรียนทุนตั้งใจศึกษาและพยายามเรียนให้จบและนำเอาความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับกลับไปช่วยกันพัฒนาประเทศของเรา  ผมว่าการได้รับทุนเป็นภาระหน้าที่อย่างหนึ่งเหมือนเราได้ทำสัญญากับคนไทยทั้งประเทศที่เสียภาษีและมอบโอกาสสำคัญนี้ให้กับเรา และประเทศของเรายังต้องการคนที่มีความรู้อีกมาก เพื่อมาช่วยกันพัฒนาประเทศทั้งด้านวิทยาศาสตร์และด้านสังคมศาสตร์   สิ่งที่ผมอยากแนะนำและผมคิดว่าสำคัญมากสำหรับการเรียนที่นี่ โดยเฉพาะระดับปริญญาเอก คือ การเลือกอาจารย์ที่ปรึกษา ผมขอยกตัวอย่างจากอาจารย์ที่ปรึกษาผม (Associate Professor Shirley Luckhart) ซึ่งท่านเป็นอาจารย์ที่ดีกับลูกศิษย์มาก คือ นอกจากด้านวิชาการแล้ว  อาจารย์จะสนับสนุนให้นักเรียนพยายามสมัครทุนและส่งเสริมให้ไปนำเสนอผลงานตามงานประชุมต่างๆ (อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง) ซึ่งผมว่าโอกาสตรงนี้มีความสำคัญมากเพราะทำให้เราได้ฝึกพูดในงานสัมมนาใหญ่ๆ และยังได้แลกเปลี่ยนความรู้กับนักวิจัยท่านอื่นๆ ในสายงานของเรา ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญของการเรียนปริญญาเอกและงานวิจัยในอนาคต  ผมอยากให้เพื่อนนักเรียนทุนลองพยายามหาโอกาสเข้าร่วมประชุมและสมัครแข่งขันเอาทุนต่างๆ  เพราะถึงไม่ได้รับรางวัล เราก็ยังได้ฝึกหลายๆ อย่าง เช่น การเขียนใบสมัคร หรือการทำโปสเตอร์ เป็นต้น

 

9. มีความรู้สึกอย่างไรบ้างคะ ที่ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการผลงานนวัตกรรมข้าราชการรุ่นใหม่ ของ สนร. และได้เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเพื่อนๆ นักเรียนทุนรัฐบาล

ผมรู้สึกภูมิใจและเป็นเกียรติอย่างมากที่ทางสนร.  คัดเลือกผลงานของผมเพื่อเข้าร่วมโครงการนวัตกรรมฯ ในครั้งนี้  ถ้าเพื่อนๆ นักเรียนทุนได้รับรางวัลหรือทำชื่อเสียงให้กับประเทศไทย ผมแนะนำให้แจ้งทางสนร. ทราบ เพราะนอกจากจะเป็นเกียรติประวัติของเราแล้ว  ความสำเร็จของเรายังอาจเป็นแรงบันดาลใจและเป็นประโยชน์ให้กับนักเรียนทุนท่านอื่นๆ อีกด้วยครับ  ผมคิดว่าคนไทยเรามีความสามารถไม่แพ้คนชาติอื่น เพียงแต่เราต้องแสวงหาโอกาสและทำอย่างเต็มที่

 

10. รู้สึกอย่างไรกับการกลับไปทำงานที่ประเทศไทยคะ และคิดว่าจะนำความรู้ที่ได้จากการมาศึกษาต่อในสหรัฐอเมริกากลับไปประยุกต์ใช้กับงานอย่างไรบ้างค่ะ

อย่างที่กล่าวไปข้างต้นครับ  ผมคิดว่าประเทศไทยยังต้องการคนที่มีความรู้และความตั้งใจเพื่อช่วยกันพัฒนาประเทศของเราอีกมาก  และที่สำคัญคือการร่วมกันทำงานวิจัยเป็นทีมและพยายามใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับส่วนรวม  โดยส่วนตัวผมจะพยายามติดต่อกับหน่วยงานต้นสังกัดที่ประเทศไทย และดูว่ามีนักวิจัยท่านอื่นที่สนใจในเรื่องใกล้เคียงกัน (เช่น มาลาเรีย) หรือไม่  และมาดูว่าความเชี่ยวชาญหรืองานวิจัยของเราที่นี่จะเอากลับไปประยุกต์ใช้ได้อย่างไร เช่น การเขียนขอทุนวิจัยร่วมกัน หรือการนำความรู้จากแลปไปสู่การปฏิบัติจริงในภาคสนามต่อไปครับ  

เป็นอย่างไรบ้างคะ ได้รับความรู้เกี่ยวกับเรื่องไข้มาลาเรียกันมากมายเลยนะคะ ต้องขอขอบคุณคุณวินอย่างยิ่งที่สละเวลามาให้ สนร. สัมภาษณ์ สำหรับน้องๆ ที่จะเดินทางกลับไปเยี่ยมบ้านที่ประเทศไทยในช่วงปิดภาคการศึกษา ก็ขอให้ระวังเรื่องยุงก้นปล่องด้วยนะคะ หากจะไปเที่ยวที่ไหนที่มียุงชุมก็ขอให้ป้องกันตัวเองอย่างที่คุณวินแนะนำนะคะ คราวนี้คงต้องลากันไปก่อน แล้วพบกันใหม่คราวหน้า สวัสดีค่ะ