Skip to content. | Skip to navigation

Personal tools
Log in
You are here: Home ข่าวสาร ข่าวโครงการนวัตกรรมฯ ครั้งที่ 15 เดือนพฤศจิกายน 2554

ครั้งที่ 15 เดือนพฤศจิกายน 2554

ครั้งที่ 15 เดือนพฤศจิกายน 2554
โครงการนวัตกรรมข้าราชการไทยพันธุ์ใหม่ (นทร. ) ในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา (Thai Scholar Innovation in USA and Canada) ครั้งที่ 15 นี้ สนร. ภูมิใจเสนอผลงานนวัตกรรมดีเด่นด้าน Food Science and Technology ของคุณณัฐสุดา สุมณศิริ (น้องอ๊อฟ) นักเรียนทุนกระทรวงวิทยาศาสตร์ กำลังศึกษาระดับปริญญาเอก สาขา Food Science and Technology อยู่ที่ Ohio State University

น้องๆ เคยสงสัยกันไหมคะว่าอาหารหรือขนมที่เราทานกันนั้นทำไมบางชนิดที่มีผงปรุงอาหาร เช่น เกลือ ผงชีส หรือน้ำตาล เคลือบนั้นบางชนิดก็เกาะติดดี บางชนิดก็หลุดง่ายเหลือเกิน มีปัจจัยอะไรที่เป็นตัวกำหนดการเกาะของผงปรุงอาหารเหล่านี้ และกว่าที่อาหารหรือขนมต่างๆ ชนิดที่เคลือบด้วยผงปรุงรสจะออกมาสู่ตลาดนั้น ต้องผ่านกระบวนการสำคัญเช่นอะไรบ้าง วันนี้ล่ะค่ะเราจะมาหาคำตอบกับคำถามเหล่านี้กัน

ผลงานของน้องอ๊อฟมีดังนี้

1. ผลงาน Poster เรื่อง Effect of Powder Properties on Wrap around Effect in Nonelectrostatic and Electrostatic Coating ได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วมแสดงในงานประชุมวิชาการ IFT Annual Meeting ณ เมืองชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ เดือนกรกฎาคม 2553 และผลงาน Oral Presentation เรื่องเดียวกันได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วมบรรยายในงานประชุม 24th Annual Edward F. Hayes Research Forum ณ Ohio State University เมืองโคลัมบัส รัฐโอไฮโอ เดือนพฤษภาคม 2553

2. ผลงานเรื่อง Effect of Powder and Target Properties on Wrap around Effect during Coating ได้รับเลือกให้ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Food Science ฉบับที่ 75(8) ประจำเดือนตุลาคม 2553 (อ่านรายละเอียดผลงานได้ที่ http://onlinelibrary.wiley.com/doi/10.1111/j.1750-3841.2010.01810.x/full)

3. ผลงานเรื่อง Food Industry Electrostatic Powder Coating. ได้รับเลือกให้ตีพิมพ์ในหนังสือ Electrostatic : Theory and Applications (อ่านรายละเอียดผลงานได้ที่ https://www.novapublishers.com/catalog/product_info.php?products_id=11625)

4. ผลงานเรื่อง Effect of Sodium Chloride and Target Properties on Nonelectrostatic and Electrostatic Coating ได้รับเลือกให้ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Electrostatics ฉบับที่ 69(6) ประจำเดือนสิงหาคม 2554 (อ่านรายละเอียดผลงานได้ที่ http://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S0304388611001446 ) และผลงาน Poster เรื่องเดียวกันได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วมแสดงในงานดังต่อไปนี้

1.1 งานประชุมวิชาการ IFT Annual Meeting ณ เมืองนิวออลีน รัฐหลุยเซียนา เดือนมิถุนายน 2554

1.2 งานประชุม OARDC Annual Conference ณ Ohio State University เมืองโคลัมบัส รัฐโอไฮโอ เดือนเมษายน 2554

1.3 งานประชุม 25th Annual Edward F. Hayes Research Forum ณ Ohio State University เมืองโคลัมบัส รัฐโอไฮโอ เดือนมีนาคม 2554

ไปทำความรู้จักกับน้องอ๊อฟและผลงานต่างๆเหล่านี้จากบทสัมภาษณ์กันเลยดีกว่าค่ะ

1. ช่วยเล่าเกี่ยวกับตัวเองคร่าวๆ ให้เพื่อนๆ ฟังหน่อยค่ะ รวมถึงอะไรเป็นแรงบันดาลใจให้เราสนใจมาเรียนทางด้าน Food Science and Technology จนกระทั่งหันมาเรียนจริงจังด้านนี้

ชื่อ ณัฐสุดา สุมณศิริ ชื่อเล่นชื่อ อ๊อฟค่ะ เป็นลูกสาวคนเล็กจากพี่น้องทั้งหมดสองคนของ คุณพ่อสุชาติ คุณแม่ดวงดาว สุมณศิริ คุณพ่อ และคุณแม่ มีอาชีพ รับราชการค่ะ พี่สาว (ณัฐยาภรณ์ สุมณศิริ) เป็นวิศวกรค่ะ อ๊อฟเกิดและเติบโตในจังหวัดเชียงใหม่ เรียนจบมัธยมต้นจากโรงเรียนดาราวิทยาลัย มัธยมปลายจากโรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย ปริญญาตรี (เกียรตินิยมอันดับสอง) จากคณะอุตสาหกรรมเกษตร สาขาเทคโนโลยีชีวภาพ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

หลังจากจบปริญญาตรี อ๊อฟตั้งใจไว้อยู่แล้วว่าจะเรียนต่อต่างประเทศ เพราะชอบทำงานวิจัย และคิดว่าตัวเองคงไม่เหมาะกับการทำงานในโรงงาน ก็เลยสมัครสอบทุนและสมัครเรียนไว้หลายมหาวิทยาลัย ทั้งโดยเฉพาะในยุโรปและออสเตรเลีย ระหว่างที่รอผลก็ได้มีโอกาสทำงานเป็นผู้ช่วยนักวิจัยที่ภาควิชา Food Science มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ค่ะ ทำงานได้ประมาณหกเดือนก็ได้รับทุน (เป็นทุนให้เปล่า) จาก University of Birmingham เพื่อเรียนระดับปริญญาโท ในสาขา Applied Genetics อ๊อฟก็ตัดสินใจไปเรียนค่ะ เนื่องจากสนใจในสาขานี้อยู่แล้วด้วย แล้วหลักสูตรทางนั้นก็น่าสนใจพอสมควร แต่พอเรียนมาได้ 2 semesters ก็ทราบจากทางครอบครัวว่าได้ทุนของกระทรวงวิทยาศาสตร์ที่เคยไปสอบไว้ แต่มีเงื่อนไขจากต้นสังกัดว่าต้องไปเรียนต่อที่อเมริกา โอนหน่วยกิตเรียนต่อที่อังกฤษไม่ได้ เนื่องจากหลักสูตรของทางต้นสังกัดคล้ายกับทางอเมริกามากกว่า ตอนนั้นก็ค่อนข้างตัดสินใจยากพอสมควร เพราะทางเลือกทั้งสองทางต่างก็ดีเหมือนกันทั้งคู่ แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจขอจบจาก University of Birmingham ก่อนกำหนด ได้รับ Postgraduate Certificate จากนั้นก็สมัครมาเรียนต่อ Food Science ที่อเมริกานี่แหละค่ะ ที่ตัดสินใจรับทุนมาเรียนที่นี่ก็มีหลายเหตุผลนะคะ แต่หลักๆ คือ ด้วยความที่อ๊อฟเกิด และเติบโตในเชียงใหม่ อ๊อฟมีโอกาสได้รับประทานอาหารท้องถิ่นของภาคเหนือตั้งแต่เด็ก แล้วรู้สึกว่า อาหารบางอย่างอร่อยแต่หน้าตาไม่ค่อยน่ารับประทาน บางอย่างหน้าตาน่ารับประทานแต่ไม่อร่อย บางอย่างอร่อยแต่คุณค่าทางโภชนาการน้อย ตอนที่เรียนปริญญาตรีได้เรียนเกี่ยวกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางด้านอาหารไปบ้าง จึงเป็นแรงบันดาลใจให้อยากจะพัฒนาอาหารไทยของเราให้มีรสชาติและคุณค่าทางโภชนาการที่ดียิ่งขึ้น และอีกเหตุผลหนึ่งคือ มองอนาคตของตัวเองว่า พอเรียนจบแล้วก็อยากจะเป็นอาจารย์และทำงานวิจัย โดยส่วนตัวอ๊อฟชอบที่จะสอนและอธิบายให้คนอื่นเข้าใจในเรื่องต่างๆ เพราะตอนเด็กๆ อ๊อฟมีโอกาสได้ติดตามคุณแม่ไปสอนที่โรงเรียนบ่อยๆ จึงได้ซึมซับความเป็นครูมาจากคุณแม่ และตอนที่เรียนมัธยมและปริญญาตรี อ๊อฟชอบที่จะจับกลุ่มติวหนังสือกับเพื่อนๆ และรุ่นน้อง อ๊อฟรู้สึกภูมิใจทุกครั้งทำให้คนอื่นเข้าใจในเนื้อหาที่เราอธิบาย

2. ทราบว่าน้องอ๊อฟมีผลงานหลายเรื่องที่ได้รับเลือกให้ลงในนิตยสาร โดยเฉพาะผลงานล่าสุดเรื่อง Effect of sodium chloride and target properties on nonelectrostatic and electrostatic coating ซึ่งเป็นผลงานร่วมกับอาจารย์ที่ปรึกษา ได้รับเลือกให้ลงในนิตยสาร Journal of Electrostatics อยากให้น้องอ๊อฟช่วยเล่าที่มาและรายละเอียดของงานนี้ ให้เพื่อนๆ ฟังหน่อยค่ะ

อาจารย์ที่ปรึกษาของอ๊อฟ Dr. Sheryl Barringer มีผลงานเกี่ยวกับ Electrostatic Coating มากมาย และทำงานวิจัยด้านนี้มานานกว่าสิบปีแล้วค่ะ ตอนแรกที่เข้ามาเรียน อ๊อฟยังไม่มีอาจารย์ที่ปรึกษา คือที่นี่เค้าให้เวลาเราเลือกแลป 2 quarters ค่ะ ในเทอมแรกๆ ได้มีโอกาสเรียนรู้ในแลปของ Dr. Barringer ก่อน จึงได้ศึกษาผลงานของอาจารย์ เป็นผลงานที่น่าสนใจพอสมควร ประกอบกับความประทับใจส่วนตัวที่อาจารย์ทำงานเป็นระบบ ระเบียบและเร็ว ทำให้มีผลงานออกมามากมายในระยะเวลาไม่นาน ก็เลยตัดสินใจทำงานวิจัยกับอาจารย์ท่านนี้ค่ะ ในผลงานสามชิ้นแรกที่ตีพิมพ์ออกไปจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกันค่ะ ในเรื่องของการเคลือบผงปรุงแต่งกลิ่นรสบนอาหารด้วย Electrostatic Coating ผลงานที่กล่าวถึงนั้นเป็นผลงานชิ้นที่สามค่ะ ซึ่งทำต่อยอดมาจากผลงานชิ้นที่สองซึ่งศึกษาการใช้ผงปรุงอาหาร 12 ชนิด ในการเคลือบวัตถุและอาหารต่างๆ หลักการง่ายๆ ของ Electrostatic Coating ก็เหมือนกับการใส่ประจุบวก-ลบให้กับผงปรุงรส เพื่อให้ยึดเกาะกับพื้นผิวที่จะเคลือบได้ดีขึ้น ผงที่มีประจุเดียวกันก็จะผลักกันและกระจายตัวเคลือบบนอาหารได้ดีขึ้น คล้ายๆ กับการดึงดูดและผลักกันของประจุแม่เหล็กค่ะ ในผลงานชิ้นที่สามนี้อ๊อฟได้เจาะจงเลือกใช้เฉพาะเกลือที่มีคุณสมบัติแตกต่างกัน เช่น particle size, flowability, shape และ %KCl มาเคลือบลงบนวัตถุและอาหารที่มีคุณสมบัติแตกต่างกัน เพื่อหาว่าเกลืออาหารชนิดไหนที่ให้ transfer efficiency, adhesion และ side coverage ของวัตถุที่เป็นทรงลูกบาศก์ได้ดีที่สุด นอกจากนี้ก็ยังมีการเปรียบเทียบผลของการเคลือบแบบใช้และไม่ใช้ Electrostatics ด้วยค่ะ

3. นอกจากผลงานที่ได้รับเลือกให้ลงในนิตยสารแล้ว น้องอ๊อฟยังมีผลงาน poster ในหัวข้อเดียวกันที่ได้รับเลือกให้ไปแสดงอีกหลายงาน เช่น IFT Annual Meeting ช่วยเล่าบรรยากาศของงานให้ฟังหน่อยได้ไหมคะ และมีผลงานที่ได้รับเลือกให้ไปร่วมแสดงจำนวนเท่าไหร่

ผลงานโปสเตอร์ที่ได้รับเลือกให้ไปแสดงก็มีทั้งงานที่จัดภายในมหาวิทยาลัย เช่น Annual Edward F. Hayes Research Forum และ OARDC Annual Conference ซึ่งคัดเลือกผลงานจากทั้งมหาวิทยาลัยไปแสดง และงาน IFT (Institute of Food Technologists) Annual Meeting ที่เป็นการแสดงผลงานระดับนานาชาติ ที่ถือเป็นการประชุมครั้งใหญ่ของปีที่มีผู้ประกอบการทางด้านอาหารและนักวิชาการจากทั่วโลกมาแลกเปลี่ยนความรู้ และเทคโนโลยีใหม่ๆ เกี่ยวกับการผลิตและการทำงานวิจัยทาง Food Science ในงานประกอบไปด้วย Food Expo และ Scientific Program ค่ะ

(ภาพถ่ายที่งาน IFT Annual Meeting)

บรรยากาศในงานแต่ละงานก็จะคล้ายกันตรงที่มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันเกี่ยวกับผลงานต่างๆ และเทคโนโลยีทางด้านอาหารในปัจจุบัน ในงานของ IFT ก็จะพิเศษกว่างานอื่นตรงที่มีการจัดแสดงผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีใหม่ๆ ของผู้ประกอบการ และได้มีโอกาสพบปะพูดคุยกับทั้งอาจารย์และนักศึกษาต่างสถาบัน จากงานนี้อ๊อฟก็ได้มีอากาสรู้จักและแลกเปลี่ยนความรู้กับเพื่อนๆ นักศึกษาจากมหาวิยาลัยอื่นๆ มากมายเลยค่ะ ส่วนเรื่องของจำนวนผลงานที่ได้รับคัดเลือกให้ไปร่วมแสดงนั้น อ๊อฟไม่ค่อยแน่ใจนะคะ ในงาน IFT ซึ่งค่อนข้างใหญ่พอสมควร มีผลงานไปร่วมแสดงหลายร้อยผลงานเลยค่ะ ส่วนงานของ Hayes Research Forum และ OARDC นั้นเท่าที่ทราบ ในสาขาที่อ๊อฟไปแสดงนั้นมีประมาณ 10 – 15 ผลงานค่ะ

(ภาพถ่ายที่งาน OARDC Annual Conference )

 

4. มองอนาคตของการนำ electrostatic coating ไปใช้ในประเทศไทยว่าเป็นอย่างไรบ้างคะ

เมื่อไม่นานมานี้ก็มีผลงานของพี่อ๊อฟ (รศ. ดร. ปุณฑริกา รัตนตรัยวงศ์) จากมหาวิทยาลัยนเรศวร ได้ทำการพัฒนากล้วยทอดและเผือกทอดแผ่นปรุงรสโดยใช้ Electrostatic Coating ออกมาค่ะ พี่อ๊อฟเป็นศิษย์เก่าของ Dr. Barringer และทำวิจัยเกี่ยวกับเรื่องนี้ตอนที่เรียนปริญญาโท-เอกที่ OSU เหมือนกันค่ะ งานวิจัยนี้เป็นตัวอย่างที่ดีมากงานหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่า เราสามารถนำเอาเทคโนโลยีที่ได้เรียนรู้จากที่นี่กลับไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของไทยเราเองให้ดียิ่งขึ้น อ๊อฟจึงคิดว่าการพัฒนาของ Electrostatic Coating ในอาหารจะสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับอาหารไทยอื่นๆ ของเราได้เช่นกันค่ะ เนื่องจากการใช้ Electrostatic Coating ในการเคลือบผงปรุงรสบนอาหารนั้น จะสามารถช่วยให้ผงปรุงรสยึดเกาะบนอาหารได้ดีขึ้น ช่วยลดการใช้ผงปรุงรสเกินความจำเป็น และช่วยลดฝุ่นละอองที่เกิดขึ้นในระหว่างการผลิตด้วยค่ะ

5. ในเร็วๆ นี้คาดว่าจะมีผลงานออกมานำเสนออีกไหมคะ

มีค่ะ ตามที่วางแผนกับอาจารย์ที่ปรึกษาตอนนี้จะมีอีกสามผลงานค่ะ เป็นผลงานทางด้าน Fruit and Vegetable Processing ซึ่งทำร่วมกับอาจารย์ที่ปรึกษาทั้งหมดค่ะ ผลงานที่จะออกมาเร็วๆ นี้ก็คือ Book Chapter เรื่อง Fruit and Vegetable Processing: Technologies and Applications ผลงานนี้อ๊อฟเขียนเสร็จเรียบร้อยแล้วและคาดว่าจะตีพิมพ์ลงในหนังสือ Food Processing: Principles and Applications (2nd edition) ในช่วงต้นปีหน้าค่ะ ผลงานที่สองคือ ผลงานการวิจัยเรื่อง Comparison of the Effect of Solid-Liquid Separation (SLS) Technology and Heat on Concentration of Tomato Juice สำหรับงานวิจัยชิ้นนี้ อ๊อฟทำการทดลองเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ ตอนนี้กำลังเขียนผลการวิจัยเพื่อส่งให้กับทางวารสารค่ะ ส่วนผลงานชิ้นสุดท้าย เป็น Review Paper เรื่อง Application of Selected Ion Flow Tube Spectrometry (SIFT-MS) in Monitoring Volatile Compounds in Fruits and Vegetables ผลงานชิ้นนี้อ๊อฟเพิ่งจะตกลงกับอาจารย์ว่าจะเขียนร่วมกันเมื่อไม่นานนี้เองค่ะ คาดว่าจะทำเสร็จและตีพิมพ์ประมาณกลางปีหน้า ช่วยติดตามกันด้วยนะคะ

6. อยากให้น้องอ๊อฟช่วยแนะนำหลักสูตร Food Science and Technology ที่ Ohio State U. ว่ามีลักษณะการเรียนการสอนเป็นอย่างไร แตกต่างจากที่มหาวิทยาลัยอื่นอย่างไร และมีคำแนะนำ และข้อคิดเห็น อะไรบ้างสำหรับน้องๆ ที่สนใจอยากเข้าเรียนสาขานี้ที่ Ohio State U. คะ

การสอนและงานวิจัยของ FST ที่ OSU จะแบ่งออกเป็น 4 ส่วนใหญ่ๆ คือ Food Processing, Food Chemistry, Food Safety และ Functional Foods for Health ในวิชาเรียนต่างๆ จะมีอาจารย์ที่คลุกคลีและเชี่ยวชาญกับหัวข้อวิชาเรียนนั้นมากพอสมควรมาสอนค่ะ บางวิชาอย่างเช่น Product Development มีอาจารย์สอนถึง 4 ท่าน ตามความถนัดในแต่ละหัวข้อที่เรียนเลยค่ะ อ๊อฟคิดว่าอาจารย์แต่ละท่านที่อ๊อฟเคยได้มีโอกาสเรียนด้วยต่างก็ให้ความสำคัญต่อการเรียนการสอนและถ่ายทอดความรู้ให้กับนักศึกษาอย่างเต็มที่ทุกท่านเลยค่ะ และที่อ๊อฟประทับใจมากที่สุดของการเรียนที่นี่มีสองอย่างนะคะ อย่างแรกคือ ทางภาควิชามี Pilot Plant ให้นักศึกษาได้ศึกษากระบวนการผลิตต่างๆ ถึงสองแห่ง แบ่งเป็นส่วนของ Dairy และ Processing ซึ่งนักศึกษาสามารถเข้าไปใช้เครื่องจักรและอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อการศึกษาในห้องเรียนและเพื่องานวิจัยของตนเองได้ค่ะ ส่วนอีกอย่างหนึ่งที่ประทับใจมากคือ Networking ของภาควิชาค่ะ ทุกๆ ปีจะมี info sessions ของบริษัททางด้านอาหารมาให้ข้อมูลและรับสมัครนักศึกษาทั้งสำหรับการฝึกงานและการจ้างงานระยะยาว และหากบริษัทไหนต้องการประกาศรับสมัครงานก็จะส่งข้อมูลให้ทางภาควิชาประชาสัมพันธ์ได้เช่นกันค่ะ

ทางด้านหลักสูตร จากที่อ๊อฟเคยได้เรียนหลักสูตรที่อังกฤษมา กับมาเรียนที่นี่ ถึงจะไม่ได้เป็นทางด้านสาขาวิชาเดียวกัน แต่ถ้าหากเปรียบเทียบกัน การเรียนในอเมริกาจะมีความเป็นเสรีมากกว่า ตรงที่เราสามารถเลือกวิชาที่จะเรียนได้เอง โดยจะมีกลุ่มวิชาที่บังคับเรียนและมีวิชาที่นักศึกษาสามารถเลือกเรียนเองได้ตามความสนใจ ส่วนของอังกฤษตอนที่อ๊อฟเรียนนั้นจะบังคับเรียนตามที่หลักสูตรกำหนดไว้หมดเลยค่ะ เลือกเองไม่ได้ และจะเน้นทางงานวิจัยมากกว่าการเรียนในห้องเรียน ซึ่งอ๊อฟคิดว่า ทั้งสองประเทศก็มีข้อดีและข้อจำกัดที่แตกต่างกันออกไป อยากฝากให้น้องๆ ที่สนใจศึกษาต่อต่างประเทศ ได้ศึกษาถึงหลักสูตร การเรียนการสอนให้ละเอียด และตัดสินใจเลือกศึกษาต่อในสถาบันและสาขาที่ชอบและสนใจค่ะ หากมีข้อสงสัยหรืออยากสอบถามเรื่องต่างๆ ทั้งการเรียนหรือที่พัก และการใช้ชีวิตในต่างประเทศ ยินดีให้คำปรึกษาค่ะ

7. คิดว่าจะนำความรู้ที่ได้จากการมาศึกษาต่อในสหรัฐอเมริกากลับไปประยุกต์ใช้กับงานราชการอย่างไรบ้างคะ

เนื่องจากอ๊อฟทราบตั้งแต่ก่อนจะมาเรียนอยู่แล้วว่าจะต้องกลับไปเป็นอาจารย์สอนที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้า พระนครเหนือ และเท่าที่เคยคุยกับอาจารย์ทางต้นสังกัดมา อาจารย์ท่านแนะนำให้อ๊อฟเรียนเน้นไปทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ค่ะ อ๊อฟก็ได้ศึกษาหลักสูตรของทางภาควิชา และลงเรียนวิชาของที่นี่ตามที่อ๊อฟคิดว่าน่าจะนำไปใช้ในการสอนในอนาคตได้ค่ะ เช่น Product Development, Sensory Evaluation และอื่นๆ อ๊อฟค่อนข้างโชคดีที่ตามหลักสูตรต้องเรียน coursework ถึง 60 หน่วยกิต เลยได้เรียนเกือบทุกวิชาที่ทางภาควิชาเปิดเลยค่ะ นอกจากการเรียนแล้ว อ๊อฟยังเคยพัฒนาผลิตภัณฑ์กับเพื่อนๆ ที่เรียนด้วยกัน ส่งเข้าประกวดในการประกวดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของบริษัท DANISCO ด้วยค่ะ ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีที่จะสามารถนำไปแบ่งปันกับนักศึกษาที่อ๊อฟจะสอนในอนาคตด้วยค่ะ

ส่วนการทำงานวิจัย อ๊อฟพยายามศึกษาและทำงานวิจัยที่ค่อนข้างหลากหลาย อย่างงานวิจัยของอ๊อฟจะมีทั้ง Food Processing และ Food Chemistry เพื่อที่จะนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในการสอนได้ค่ะ ส่วนเทคนิคการสอนและการทำงาน อ๊อฟพยายามศึกษา จดจำ และเปรียบเทียบการสอนและการทำงานของอาจารย์แต่ละท่านที่นี่ และจะนำส่วนที่ดีๆ ไปประยุกต์ใช้กับการทำงานของตนเองในอนาคต อย่างเช่น การตรงต่อเวลา การเอาใจใส่ให้เวลากับนักศึกษาที่มีข้อสงสัยทั้งในและนอกเวลาเรียน การทำงานที่เป็นระบบระเบียบ การสอนที่ใช้สื่อการสอนที่หลากหลายและการใช้เกมและกิจกรรมในการกระตุ้นให้นักศึกษาสนใจในการเรียนมากขึ้นค่ะ

8. มีความรู้สึกอย่างไรบ้างคะ ที่ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการผลงานนวัตกรรมข้าราชการรุ่นใหม่ ของ สนร. และได้เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเพื่อนๆ นักเรียนทุนรัฐบาล

รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการนี้ค่ะ ขอขอบคุณ สนร. ที่ได้จัดทำโครงการที่เป็นประโยชน์นี้ขึ้น หวังว่าผลงานของอ๊อฟคงจะเป็นประโยชน์ต่อทุกคนและสังคมบ้างไม่มากก็น้อย และขอขอบคุณอีกครั้งที่ให้โอกาสค่ะ

9. อยากฝากอะไรถึงเพื่อนๆ พี่ๆ ที่กำลังศึกษาอยู่ในสหรัฐอเมริกาและแคนาดาทุกท่านทั้งด้านการเรียนและการดำรงชีวิตอยู่คะ

อ๊อฟอยากจะเป็นกำลังใจให้เพื่อนๆ พี่ๆ ทุกท่าน ให้เรียนประสบความสำเร็จลุล่วง และนำความรู้ความสามารถที่ศึกษากลับไปพัฒนาประเทศต่อไป

ส่วนท่านไหนที่กำลังท้อ หรือประสบปัญหาอยู่ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาทางด้านการเรียนหรือการดำรงชีวิต อ๊อฟอยากฝากบอกว่า ในชีวิตเราจะต้องพบเจอกับอุปสรรคมากมาย ไม่ว่าปัญหาจะเล็กจะใหญ่แค่ไหน ถ้าหากเรามีสติ มองโลกในแง่ดี ได้รับกำลังใจจากครอบครัวและคนที่รัก ในท้ายที่สุดแล้วก็จะผ่านอุปสรรคและปัญหานั้นไปได้อย่างแน่นอนค่ะ

ท้ายนี้ต้องขอขอบคุณน้องอ๊อฟที่ได้สละเวลามาให้สัมภาษณ์และให้ความรู้เกี่ยวกับ Food Science and Technology กับพวกเราพอหอมปากหอมคอนะคะ ไม่แน่นะคะ ในอนาคตอันใกล้นี้อาจจะมีผลงานพัฒนาขนมหรืออาหารฝีมือของน้องอ๊อฟออกสู่ตลาดก็ได้ ถ้าอย่างไรช่วยส่งข่าวให้พี่ทราบด้วยนะคะ สำหรับคราวนี้คงต้องลากันไปก่อน แล้วพบกันใหม่คราวหน้า สวัสดีค่ะ