Skip to content. | Skip to navigation

Personal tools
Log in
You are here: Home ข่าวสาร ข่าวโครงการนวัตกรรมฯ ครั้งที่ 19 เดือนพฤศจิกายน 2555

ครั้งที่ 19 เดือนพฤศจิกายน 2555

ครั้งที่ 19 เดือนพฤศจิกายน 2555
สวัสดีครับ สนร.เลือกน้องปิติยา กมลพัฒนะ จาก Ohio State U. เป็นผู้รับรางวัลรายที่ 19 ก่อนจะคุยกับน้องปิติยา ก็ขอเล่าคร่าวๆ เล็กน้อยครับ น้องปิติยา เป็นนักเรียนทุนรัฐบาล สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) โครงการเครือข่ายกลยุทธ์เพื่อการผลิตและพัฒนาอาจารย์ในสถาบันอุดมศึกษาตามความต้องการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หรือที่เรียกสั้นๆ ว่าทุน สกอ. น้องปิติยา เป็นอาจารย์ สังกัดภาควิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพิ่งจะสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกเมื่อภาคฤดูร้อนปี 2012ที่ผ่านมา

จากวิทยานิพนธ์ในหัวข้อที่มีชื่อว่า Mathematical modeling and microbiological verification of ohmic heating of solid-liquid mixtures in continuous flow heater systems นี่เอง เป็นที่มาของการได้รับรางวัลมากมายหลายชิ้น มาพบกับน้องปิติยากันเลยครับ

1. น้องปิติยาฯ ช่วยเล่าเกี่ยวกับตัวน้องตั้งแต่เริ่มมาศึกษาในสหรัฐฯ ให้เพื่อนๆ ฟังหน่อยครับ

ค่ะ ชื่อ ปิติยา กมลพัฒนะ ชื่อเล่น ผึ้งค่ะ มาเรียนปริญญาเอกสาขาวิศวกรรมอาหาร ที่ภาควิชา Food, Agricultural and Biological Engineering (FABE) อาจารย์ที่ปรึกษาคือ Prof. Sudhir K. Sastry ซึ่งท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีในการแปรรูปอาหารทั้งที่ใช้ความร้อน (thermal processing ) เช่น ohmic heating และไม่ใช้ความร้อน (nonthermal technologies) เช่น pulsed electric field, high pressure processing หรือ ozone technology โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านมีชื่อเสียงมากในงานวิจัยเกี่ยวกับการใช้ ohmic heating ในอาหาร ท่านได้รับเงินทุนสนับสนุนงานวิจัยทั้งจากภาครัฐและเอกชนมากมาย รวมถึงได้รับรางวัลมากมายจากหลายๆ สถาบันค่ะ (อ่านรายละเอียดกลุ่มงานวิจัยได้ที่ http://www.oardc.ohio-state.edu/sastry/)

ระหว่างที่เรียนผึ้งได้รับโอกาสจากอาจารย์ที่ปรึกษาให้เป็นผู้ช่วยสอนวิชา food process engineering และ advanced food process engineering ตั้งแต่ปี 2009 จนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ยังได้ทำงานวิจัยร่วมกับบริษัทผลิตอาหารมีชื่อเสียงของประเทศสหรัฐอเมริกาหลายบริษัทและเป็นคนพัฒนางานส่วน simulation ให้กับงานวิจัยที่ทำร่วมกับองค์การ NASA ซึ่งงานเหล่านี้เป็นงานที่เพิ่มเติมนอกเหนือจากงานวิจัยสำหรับปริญญาเอกด้วย โอกาสต่างๆ ที่ได้รับนี้ถือเป็นประสบการณ์อันมีค่า ซึ่งเราสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการเรียน การสอนและงานวิจัยต่อไปได้ค่ะ

ช่วงใกล้จบการศึกษา ผึ้งก็ได้มีโอกาสนำเสนองานวิจัยปริญญาเอกให้กับบริษัทอาหารมีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง ปรากฏว่าทางฝ่ายวิจัยและพัฒนา เค้าสนใจจะนำงานวิจัยของผึ้งไปใช้ แต่เดิมคุยกันเค้าอยากให้ผึ้งวิจัยต่อเป็น project ใหญ่ ซึ่งมีขอบระยะเวลา 2-3 ปี แต่ผึ้งเองมีภาระหน้าที่และความรับผิดชอบที่ต้องกลับไปประเทศไทย เลยทำเรื่องขออนุญาตต้นสังกัดทำงานเพื่อพัฒนาความรู้และประสบการณ์เป็น project สั้นๆ เพียง 4-5 เดือนโดยพัฒนาแค่ผลิตภัณฑ์ไม่กี่ชนิดแทน ซึ่งต้นสังกัดก็อนุญาตและทางบริษัทก็พอใจ เลยเป็นที่มาของการเป็น post-doctoral researcher ค่ะ

สำหรับกิจกรรมนอกห้องเรียน ผึ้งได้มีส่วนรวมหลายกิจกรรมเช่น เป็นกรรมการฝ่ายการเงินให้ภาควิชาช่วงปี 2008-2009 เป็นกรรมการตัดสินการให้ทุนวิจัย (panel committee member) ของ Ohio Agricultural Research and Development Center’s SEEDS ปี 2011 และ 2012 เป็นอาสาสมัครช่วยงานองค์กรนักศึกษาที่ไม่หวังกำไรชื่อ"Sankalpa" เป็นอาสาสมัครในนามประเทศไทยช่วยงาน Asian Festival ปี 2008 และ 2009 งาน Taste of OSU ปี 2007-2009 เป็นต้น

สำหรับชีวิตส่วนตัว หลังจากมาเรียนที่นี่ได้เดือนกว่าๆ ผึ้งก็ป่วยเป็นไส้ติ่งอักเสบ ต้องพักรักษาตัวหนึ่งภาคการศึกษา จากเหตุการณ์นี้ผึ้งเลยอยากแนะนำให้เพื่อนๆ น้องๆ นักเรียนไทยใส่ใจเรื่องสุขภาพและตระหนักถึงโรคภัยที่อาจเกิดขึ้นด้วยค่ะ เวลาป่วยหากรักษาพยาบาลเบื้องต้นไม่ได้ผล ให้รีบไปพบแพทย์ทันที ทาง สนร ได้จัดทำประกันสุขภาพให้นักเรียนไทยอย่างดีที่สุดโดยไม่ต้องออกค่าใช้จ่ายส่วนตัวเลยค่ะ ผึ้งขอขอบคุณทาง สนร มา ณ ที่นี้ด้วย นอกจากที่ผึ้งเป็นนักเรียนแล้ว ผึ้งยังเป็นคุณแม่ดูแลลูกสาว (ตอนนี้ 2 ขวบครึ่ง) ระหว่างเรียนด้วย กว่าจะเรียนจบก็ลำบากและเหนื่อยมากที่สุด แต่ไม่เคยท้อเลยค่ะ เพราะเราตั้งใจมากที่จะเรียนจบให้ได้ กำลังใจที่สร้างจากจิตใจที่มุ่งมั่นของเรา ทำให้เรามีพลังและมองปัญหาทุกอย่างเป็นเรื่องที่แก้ไขได้ สุดท้ายผึ้งก็ได้จบการศึกษาดังใจหวัง แถมมีตัวเล็กให้ชื่นใจด้วยค่ะ

 

2. อยากให้น้องอธิบายเกี่ยวกับวิทยานิพนธ์ที่ทำครับ

วิทยานิพนธ์ที่ทำเกี่ยวกับการแปรรูปอาหารด้วยความร้อนโดยการผ่านกระแสไฟฟ้าเข้าไปในอาหาร ซึ่งมีผลทำให้เกิดความร้อนภายในอาหารหรือเราเรียกว่า การให้ความร้อนแบบโอห์มมิค (ohmic heating) ค่ะ

ทำไมต้องแปรรูปอาหารด้วยโอห์มมิค?

เทคโนโลยีการผลิตแบบเดิมจะใช้เครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนในการให้ความร้อนกับอาหาร ซึ่งมีข้อเสียคือ อาหารที่เป็นของเหลวร้อนเร็วกว่าชิ้นอาหารที่เป็นของแข็งที่มีขนาดใหญ่ ดังนั้นเมื่อต้องการให้อุณหภูมิภายในของชิ้นอาหารสูงได้ตามระดับที่ต้องการ อุณหภูมิของของเหลวจะสูงยิ่งขึ้นไปอีก ทำให้ผลิตภัณฑ์อาหารบางส่วนได้รับความร้อนมากเกินไป (overprocessed products) และสูญเสียคุณภาพและคุณค่าทางโภชนาการมาก ยิ่งไปกว่านั้น ในปัจจุบันผู้บริโภคเริ่มหันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น ดังนั้นทิศทางของผู้ผลิตอาหารจึงเน้นไปทางผลิตอาหารที่คุณภาพสูง สดใหม่ คุณค่าทางโภชนาการสูง ในขณะเดียวกันต้องมีความปลอดภัยด้านอาหาร (food safety) การให้ความร้อนแบบโอห์มมิคจึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่ผู้ผลิตอาหารรวมถึงนักวิจัยด้านอาหารหันมาให้ความสนใจ เนื่องจากเทคโนโลยีนี้สามารถทำให้อัตราความร้อนของชิ้นอาหารและของเหลวใกล้เคียงกัน ซึ่งช่วยลดการสูญเสียคุณค่าทางโภชนาการ (nutrient) และคุณสมบัติทางประสาทสัมผัส (sensory properties) ของอาหาร ซึ่งเกิดจากการให้ความร้อนแบบเดิม รวมถึงการให้ความร้อนแบบโอห์มมิคถือเป็นเทคโนโลยีมีประสิทธิภาพสูงด้วย เพราะสามารถแปลงพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานความร้อนได้ถึง 95%

 

ThaiInno19-2

 

คำถามหลักของวิทยานิพนธ์นี้คือ เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าชิ้นอาหารที่ผ่านการให้ความร้อนแบบโอห์มมิคทุกชิ้นปลอดภัยในการบริโภค เพราะปัจจุบันยังไม่มีเครื่องมือวัดอุณหภูมิที่มีขนาดเล็กพอที่สามารถสอดไปในชิ้นอาหารและมีน้ำหนักเบา โดยไม่กระทบกับความน้ำหนักและความหนาแน่นของชิ้นอาหารและสามารถวัดอุณหภูมิของชิ้นอาหารในช่วงอุณหภูมิสูงขณะวิ่งในท่อได้ รวมถึงไม่ถูกรบกวนจากกระแสไฟฟ้าแรงสูงซึ่งเกิดจากเครื่องความร้อนแบบโอห์มมิค ดังนั้นงานวิจัยนี้จึงเกี่ยวข้องกับการพัฒนาโปรแกรมสำเร็จรูป ในการทำนายอุณหภูมิภายในชิ้นอาหารของผลิตภัณฑ์ที่ประกอบด้วยชิ้นอาหารในซุปเหลวข้น โดยการผ่านกระบวนการให้ความร้อนแบบโอห์มมิคในการไหลแบบต่อเนื่อง ดังมีขั้นตอนการวิจัยคร่าวๆ ดังนี้

1. พัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่สามารถคำนวณการกระจายอุณหภูมิและการตายของเชื้อแบคทีเรีย (lethality, F value) ภายในชิ้นอาหารขณะเคลื่อนที่ โดยโปรแกรมจะบอกอุณหภูมิและอัตราการตายของเชื้อแบคทีเรียภายในน้ำซุปและชิ้นอาหารทุกๆ ช่วงเวลา รวมถึงแนะนำอุณหภูมิและเวลาที่เหมาะสมในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย นอกจากนี้โปรแกรมยังให้ข้อมูลเกี่ยวกับขนาดและความยาวของท่อพักที่พอเพียงในการทำให้อาหารปลอดภัย ในกรณีที่มีชิ้นอาหารหลายชนิดในน้ำซุป เช่น chicken chow mein ที่ประกอบด้วย ไก่ชิ้น แห้ว เห็ด ขึ้นช่ายฝรั่ง ถั่วงอก ในน้ำซุป โปรแกรมจะบอกชนิดของชิ้นอาหารที่ร้อนช้าที่สุดด้วย ซึ่งข้อมูลดังกล่าวจะนำไปใช้ในขั้นตอนตรวจสอบโปรแกรมคอมพิวเตอร์ทางความร้อน ทางไฟฟ้าและจุลชีววิทยา ต่อไป

2. นำเอาเทคโนโลยี Radio Frequency Identification หรือ RFID มาใช้เพื่อหาเวลาที่น้อยที่สุดที่ชิ้นอาหารลำเลียงในเครื่องผลิตความร้อนแบบโอห์มมิคและท่อพัก (fastest moving particle) ซึ่งค่าที่ได้จะนำไปใช้ในโปรแกรมเพื่อหาชิ้นอาหารที่ร้อนช้าที่สุด (slowest heating particle)

3. พัฒนาวิธีการตรวจสอบโปรแกรมคอมพิวเตอร์ทางความร้อน ทางไฟฟ้าและจุลชีววิทยา (thermal, electrical and microbiological verification) ว่าโปรแกรมที่พัฒนาขึ้นนี้มีความถูกต้องแม่นยำหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบความสามารถของระบบความร้อนในการฆ่าเชื้ออีกด้วย

โปรแกรมสำเร็จรูปที่พัฒนาขึ้นนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับงานวิจัยและอุตสาหกรรมอาหารของไทยได้มากมาย โดยเฉพาะอาหารกระป๋องและอาหารบรรจุซองแบบอ่อนตัว ไม่เฉพาะกับการให้ความร้อนแบบโอห์มมิคเท่านั้น แต่ยังสามารถนำไปใช้กับระบบการแปรรูปอาหารโดยใช้ความร้อนแบบต่อเนื่องแบบอื่นๆ ได้อีกด้วย ซึ่งเป็นการเพิ่มศักยภาพการแข็งขันของอุตสาหกรรมอาหารไทยในตลาดโลก เพื่อให้มั่นใจว่าอาหารปลอดภัยต่อผู้บริโภค ทั้งยังลดเวลาและค่าใช้จ่ายในการทดลอง นอกจากนี้ข้อมูลต่างๆ ที่ได้จากโปรแกรม ยังเป็นข้อมูลที่ใช้ประกอบเอกสารของ The Food and Drug Administration (FDA process filing) ในการขอนำอาหารเข้าจำหน่ายในประเทศอเมริกาอีกด้วย ในส่วนของภาคการศึกษาความรู้ที่ได้จากงานวิจัยนี้ สามารถถ่ายทอดให้นิสิต นักศึกษา ให้เรียนรู้ถึงการพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อใช้ในงานอุตสาหกรรมจริง และการทำงานร่วมกับภาคอุตสาหกรรม เพื่อเพิ่มศักยภาพการทำงานของนิสิต นักศึกษาในอนาคต ที่ผ่านมามีบริษัทผลิตอาหารในประเทศสหรัฐอเมริกาหลายบริษัท ให้ความสนใจและได้นำโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ผึ้งพัฒนานี้ไปใช้งานจริงด้วย ที่ผ่านมาจบโครงการไปแล้ว 2 บริษัท และกำลังพัฒนาต่อให้กับอีกบริษัทหนึ่งตอนนี้ค่ะ

 

3. ทราบว่าน้องได้รับรางวัลมากมายเลยอันเนื่องมาจากวิทยาพนธ์นี้ จำได้หมดไหมครับว่ากี่รางวัลแล้ว รางวัลอะไรบ้าง

ผึ้งได้รับรางวัลทั้งหมด 5 รางวัลกับ 1 ทุนการศึกษาค่ะ

1. The Rev. P. T. Taigenides Prof. R. E. Stewart Memorial Award “Graduate Student of the Year” in the Food, Agricultural and Biological Engineering Department, The Ohio State University 2012

2. “Graduate Student Travel Award” in Eleventh Conference of Food Engineering 2012

3. “Excellence in research” at the annual Edward F. Hayes Graduate Research Forum acknowledged by the Ohio State University, Council of Graduate Students, Office of Research& Graduate School 2012

4. “Graduate Research Award ” in the Food, Agricultural and Biological Engineering Department, the Ohio State University 2012

5. “Graduate Research Award ” 3rd place in the Food, Agricultural and Biological Engineering Department, the Ohio State University 2011

 

ThaiInno19-3

 

4. แต่ละรางวัลที่ได้รับ น้องได้รับมาในโอกาสต่างกัน และมีที่มา หรือแตกต่างกันอย่างไรบ้างครับ

รางวัลแรกเป็นรางวัลที่ภูมิใจที่สุดค่ะ

The Rev. P. T. Taigenides Prof. R. E. Stewart Memorial Award “Graduate Student of the Year” in the Food, Agricultural and Biological Engineering Department, The Ohio State University 2012

รางวัลนี้มอบให้กับนักเรียนที่มีผลการเรียนและงานวิจัยดีเยี่ยม รวมถึงได้ร่วมกิจกรรมที่ส่งเสริมการเรียนการสอนและนำชื่อเสียงให้กับภาควิชาและร่วมกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม โดยจะให้น้ำหนักว่านักเรียนคนไหนที่มีศักยภาพที่จะเป็นวิศวกรมืออาชีพ (professional engineer) ในอนาคตอีกด้วย คัดเลือกปีละหนึ่งคนเท่านั้นจากนักเรียนทั้งหมดในภาค โดยอาจารย์จะเป็นผู้เสนอชื่อนักเรียนที่มีศักยภาพในการเข้าชิง จากนั้นเมื่ออาจารย์ที่ปรึกษารับทราบว่านักเรียนของตนได้ถูกเสนอชื่อ อาจารย์ที่ปรึกษาจะเป็นผู้เขียนประวัติ ผลงาน กิจกรรมต่างๆ ของนักเรียนคนนั้น รวมถึงประโยชน์โดยรวมและความสำคัญที่จะได้รับจากงานวิจัยที่ทำ แล้วเข้าสู่ที่ประชุมของภาค จากนั้นอาจารย์ทั้งหมดก็ลงคะแนนโหวตลับ ผู้ที่ได้รับเลือกคือคนที่ได้คะแนนสูงสุดค่ะ รางวัลที่ได้เป็นเงินรางวัล โล่ห์ประกาศเกียรติคุณ และป้ายเหล็กสลักชื่อติดที่ห้องโถงภายในตึกของภาควิชาด้วยค่ะ

http://fabegso.org.ohio-state.edu/?p=1005

 

รางวัลที่ 2 “Graduate Student Travel Award” in Eleventh Conference of Food Engineering 2012

เป็นรางวัลที่ให้กับนักเรียนที่มีงานวิจัยดีเยี่ยมในการประชุมวิชาการด้านวิศกรรมอาหาร ซึ่งมีอาจารย์ นักวิจัยและนักศึกษาด้านวิศวกรรมอาหารจากทั่วโลกเข้าร่วมในงานนี้ โดยผลงานของผึ้งได้รับคัดเลือกให้นำเสนอแบบปากเปล่า (oral presentation) รางวัลที่ได้เป็นใบประกาศเกียรติคุณ รวมถึงเงินค่าอาหาร ที่พัก และค่าใช้จ่ายในการเดินทางทั้งหมด

 

รางวัลที่ 3 “Excellence in research” at the annual Edward F. Hayes Graduate Research Forum acknowledged by the Ohio State University, Council of Graduate Students, Office of Research& Graduate School 2012

เป็นรางวัลให้กับผลงานที่ได้รับการคัดเลือกเข้าไปนำเสนอแบบปากเปล่า โดยตัดสินจากการส่งบทคัดย่อ (Abstract) เข้าประกวดระดับมหาวิทยาลัย ซึ่งมีผู้ส่งจากทุกภาค ทุกคณะรวมมากกว่า 430 งานวิจัย ในส่วนงานวิจัยเกี่ยวกับอาหาร มีผึ้งและนักเรียนอีกคนจาก Department of Food Science and Technology สองคนเท่านั้นที่ได้รับคัดเลือกไปร่วมบรรยายผลงานในปีนี้ค่ะ

ThaiInno19-4

 

ส่วนรางวัลที่ 4 และรางวัลที่ 5

“Graduate Research Award ” in the Food, Agricultural and Biological Engineering Department, the Ohio State University 2012

“Graduate Research Award ” 3rd place in the Food, Agricultural and Biological Engineering Department, the Ohio State University 2011

มอบให้แก่นักเรียนที่มีงานวิจัยดีเยี่ยม โดยเป็นการแข่งขันนำเสนองานวิจัยแบบปากเปล่า ขั้นตอนแรกเริ่มจากเขียนบทคัดย่อ ส่งให้ทั้งอาจารย์และนักเรียนในภาคอ่านก่อน จากนั้นจะคัดเลือกเพียง 3-4 คน ให้นำเสนอแบบปากเปล่าให้อาจารย์และนักเรียนทั้งหมดในภาควิชาฟัง แล้วตัดสินจากคะแนนโหวต การให้คะแนนวัดจากเนื้อหาผลงาน การบรรยาย การตอบคำถาม เนื่องจากภาคนี้ประกอบด้วยสาขาวิชาที่แตกต่างกันคือมีทั้งวิศวกรรมอาหาร วิศวกรรมสิ่งแวดล้อม วิศวกรรมโยธา วิศวกรรมชีวภาพ วิศวกรรมเกษตร ความยากคือเราจะนำเสนออย่างไรให้ง่ายต่อความเข้าใจ โดยเฉพาะงานเราเป็นการคำนวณเป็นหลัก ในขณะเดียวกันต้องแสดงให้ผู้ฟังทราบถึงปริมาณงาน ความสำคัญและประโยชน์ของงานวิจัยที่ทำด้วย รางวัลที่ได้เป็นโล่ห์ประกาศเกียรติคุณค่ะ

นอกจากนี้ผึ้งยังได้รับคัดเลือกให้ได้รับทุนการศึกษาจากทางภาควิชาตั้งแต่ปี 2010 จนจบการศึกษา ซึ่งรวมค่าเล่าเรียนค่าใช้จ่ายรายเดือนและค่าจิปาถะอื่นๆ โดยทุนนี้คัดเลือกจากผลการเรียน ความประพฤติ รวมถึงความสำคัญและประโยชน์ที่จะได้รับจากงานวิจัยของเราด้วยค่ะ

ThaiInno19-5

 

อีกผลงานที่ผึ้งภูมิใจคือผึ้งยังได้รับคัดเลือกจากองค์การ NASA ให้เสนอผลงานวิชาการใน NASA’s Future Forum Student Poster Session เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2555 ที่ผ่านมาจากหัวข้อ Simulation and microbiological verification of ohmic sterilization inside a multi-layered laminate pouch for long-duration space missions ค่ะ โดยได้รับรางวัลเป็นใบประกาศเกียรติคุณ นอกจากนี้ยังได้รับเกียรติจากคุณ Charles F. Bolden เลขาธิการองค์การ NASA (Administrator of NASA) ในการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับงานวิจัยที่ทำอยู่ด้วยค่ะ (อ่านรายละเอียดผลงานได้ที่ http://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S0260877412001616 )

 

5. การทำ post-doc. จะยังทำอยู่ถึงเมื่อไหร่ครับ คงใกล้จะเดินทางกลับแล้วใช่ไหมครับ

ใช่ค่ะ จะจบโครงงานสิ้นปีนี้ค่ะ กลับเข้าทำงานเดือนมกราคม พ.ศ. 2556 ค่ะ

 

6. เมื่อกลับไปที่ ม. เกษตรฯ ไปทำงานตำแหน่งเดิม หรือความรับผิดชอบสูงขึ้น ตำแหน่งจะขยับขึ้นไปอีกหรือไม่ครับ ติดต่อต้นสังกัดเรื่องกลับไปทำงานหรือยังครับ

ก่อนมาเรียนผึ้งเข้าทำงานด้วยวุฒิปริญญาโทบวกประสบการณ์การทำงาน กลับไปก็ปรับเป็นวุฒิปริญญาเอกตามระเบียบค่ะ ภาระงานสอนไม่น่าต่างจากเดิมมาก ส่วนภาระงานเกี่ยวกับการทำวิจัยและหน้าที่การเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาคงต้องมีมากขึ้นแน่นอน สำหรับการขอตำแหน่งทางวิชาการ จะทำได้หลังทำงานแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี (กรณีเพิ่งบรรจุ) นอกจากนี้ยังต้องผ่านการพิจารณาผลการสอน ผลงานทางวิชาการรวมถึงจริยธรรมและจรรยาบรรณทางวิชาการด้วย โดยผลงานวิจัยที่จะใช้ขอตำแหน่งต้องไม่เป็นส่วนหนึ่งของงานวิจัยที่ทำสำหรับปริญญาโทและเอกค่ะ ส่วนเรื่องการกลับไปทำงาน ต้นสังกัดทราบเรื่องแล้วค่ะ

 

7. น้องๆ ที่กำลังจะสร้างผลงาน หรือเพิ่งเริ่มทำผลงานใหม่ๆ ซึ่งเป็นนักเรียนทุนอย่างน้องปิติยา ก็จะมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นในสาขาใด น้องปิติยา มีอะไรอยากแนะนำ จากประสบการณ์ของตัวเอง ที่คิดว่าน่าจะปรับใช้ได้กับน้องๆ ที่อยู่ในสาขาอื่นด้วยไหมครับ

จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ผึ้งมีหลักการทำงาน 3 ข้อค่ะ

1. การจัดการโครงงาน (project management) อย่างมีระบบ ด้วยการวางแผนงานอย่างละเอียดโดยยึดจุดประสงค์เป็นหลัก โดยใช้ mind map ในการจัดการความคิดเรา ผึ้งจะใช้เวลาและให้ความสำคัญกับการวางแผนงานมาก เพราะจะทำให้เราเห็นภาพรวมของงานทั้งหมด เห็นจุดเด่นและจุดด้อยของตัวเองชัดเจน เวลาคุยกับอาจารย์ที่ปรึกษาก็ง่ายต่อความเข้าใจและมั่นใจว่าเรากับอาจารย์เข้าใจและมีการทำงานในทิศทางเดียวกัน

2. การคิดอย่างวิเคราะห์ (critical thinking) หลักง่ายๆ ของผึ้งเลยคือ ถามตัวเองตลอดว่า why? why? why? โดยคำตอบต้องมาจากการทดลองและการวิเคราะห์อย่างนักวิทยาศาสตร์ ข้อมูลหรือหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่นำมาใช้ต้องมาจากแหล่งอ้างอิงที่เชื่อถือได้ ที่สำคัญเราต้องอ่านค้นคว้าสิ่งที่เราไม่รู้และอ่านงานวิจัยคนอื่นเยอะด้วย เทียบงานคนอื่นกับเราต่างกันอย่างไร ต้องตั้งคำถามตลอด ฝึกให้เป็นนิสัย

3. การทำงานให้สำเร็จลุล่วงได้ด้วยตัวของเราเอง (working independently) ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน เนื่องจากเราต้องกลับไปเป็นอาจารย์ เราต้องคิด ริเริ่ม สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ แก้ปัญหาและทำทุกอย่างด้วยตัวเอง โชคดีที่ลักษณะการทำงานของอาจารย์ที่ปรึกษาผึ้งคือท่านปล่อยให้เราคิดเอง ทำเอง แก้ปัญหาเอง แล้วเอาผลมาคุยกัน บางอย่างไม่สมเหตุสมผล ท่านก็จะมีคำถามให้เรากลับไปคิดต่อ ซึ่งการทำงานลักษณะนี้ก็ช่วยให้เราพัฒนาทักษะด้านนี้ไปในตัวด้วยค่ะ

ผึ้งหวังว่าเรื่องราวของผึ้งจะเป็นประโยชน์และเป็นกำลังใจให้กับทุกๆ ท่านไม่มากก็น้อย สุดท้ายผึ้งก็ขออวยพรให้ทุกท่านประสบความสำเร็จตามที่ตั้งใจไว้ แล้วกลับไปช่วยกันพัฒนาประเทศของเราร่วมกันนะค่ะ

 

เราเชื่อว่าทุกคนที่ได้อ่านคงร่วมยินดีกับน้องปิติยา เราอยากเห็นเรื่องอย่างนี้อีกมากๆ และนำมาให้ผู้อ่านได้รับทราบกันแบบนี้ตลอด ก็ขอชักชวนน้องๆ ส่งเรื่องของตัวเองเข้ามาร่วมกับเรา ถึงจะต้องรอคิว ก็หวังว่าคงไม่รังเกียจที่จะแบ่งปันสิ่งดีกับทุกๆ ท่านนะครับ

สนร.ขอขอบคุณน้องปิติยาเป็นอย่างมากครับ เราก็จะมีอาจารย์ที่มีฝีมือยอดเยี่ยมอีกราย นำความรู้กลับไปพัฒนาและถ่ายทอดต่อไปยังเด็กไทย รุ่นหลังๆ เราชาวสนร.ก็ภูมิใจที่ได้ช่วยเหลือและสนับสนุนน้องปิติยามาตลอดเวลาที่อยู่ในสหรัฐฯ ขอให้ได้ทำในสิ่งที่ตั้งใจ และประสบความสำเร็จในหน้าที่ที่ต้องกลับไปรับในเวลาอันใกล้นี้นะครับ แล้วเราก็จะนำน้องๆ ที่มีคิวเรียงรายอยู่อีกมาก มาแบ่งปันเล่าสู่กันฟังเช่นนี้อีกใรครั้งต่อไปครับ สวัสดี