Skip to content. | Skip to navigation

Personal tools
Log in
You are here: Home สาระน่ารู้ คู่มือการดำรงชีพในสหรัฐอเมริกา 34. การคมนาคมขนส่งทางรถยนต์ในสหรัฐอเมริกา

34. การคมนาคมขนส่งทางรถยนต์ในสหรัฐอเมริกา

บทนำ

     บ่อยครั้งที่ท่านอาจต้องขับรถหรือนำทางไปยังสถานที่ต่างๆ บางครั้งต่างเมือง บางครั้งต่างรัฐ ทั้งระยะใกล้และระยะไกล ซึ่งท่านต้องใช้บริการระบบโครงข่ายถนนของสหรัฐอเมริกาเป็นส่วนใหญ่ ความรู้เกี่ยวกับประเภทถนนและการตั้งชื่อถนนมีความสำคัญที่จะช่วยป้องกันการหลงทางในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคยได้

     ถนนหลักๆ ในประเทศสหรัฐอเมริกา มี 3 ประเภท ได้แก่

  1. Interstate Highway
  2. United States Highway
  3. State Route

1. Interstate Highway

      Interstate Highway เป็นโครงข่ายถนนระหว่างรัฐ ตามมาตรฐานประกอบด้วยถนนอย่างน้อย 4 ช่องทางจราจรแบ่งทิศไปกลับ ไม่มีสัญญาณไฟจราจรระหว่างทาง มีทางออกและทางเข้าชัดเจนเพื่อป้องกันการจราจรติดขัด นับได้ว่าเป็นถนนที่มีคุณภาพมากที่สุด เนื่องจากส่วนใหญ่มีระบบป้องกันอุบัติภัย เช่น แถบสีสะท้อนแสงและไหล่ทางป้องกันการตกถนน (คล้ายกับสีที่ทาขวางกลางช่องจราจรบนถนนในประเทศไทยเพื่อทำให้เกิดเสียงเตือนก่อนเข้าเขตใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ) สภาพทางที่ไม่ชันและไม่โค้งเกินไป เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีขีดจำกัดอัตราเร็ว (Speed Limit) สูงที่สุด คือประมาณ 65-75 ไมล์ต่อชั่วโมง ขึ้นกับรัฐ

      การกำหนดหมายเลข  Interstate Highway มีดังนี้

     - ถนนสายหลักมีเลขไม่เกิน 2 หลัก โดยเลข "คี่" เป็นสายที่วิ่งเหนือ-ใต้ ส่วนเลข "คู่" เป็นสายที่วิ่งตะวันออก-ตะวันตก  การนับเลขคี่จะนับจากฝั่งตะวันตก (Pacific) ไปยังฝั่งตะวันออก (Atlantic)  ส่วนเลขคู่จะนับจากด้านใต้ไปยังด้านเหนือ ถนนหลักของถนนเหล่านี้ (Primary routes) ลงท้ายด้วย 5 หรือ 0 เช่น I-5 เป็นถนนที่วิ่งเหนือ-ใต้ฝั่งแคลิฟอร์เนีย (แปซิฟิก) ส่วน I-95 เป็นถนนที่วิ่งเหนือ-ใต้ฝั่งแอตแลนติกจากรัฐเมน (Maine) ไปยังรัฐฟลอริดา (Florida) I-10 เป็นถนนที่วิ่งตะวันตก-ตะวันออกด้านใต้ของสหรัฐฯ (California-Texas-Florida) ส่วน I-90 เป็นถนนที่วิ่งตะวันตก-ตะวันออกด้านเหนือของสหรัฐฯ (Washington-Illinois-Massachusetts)

     - ถนนสายอื่นๆ ที่มีเลขไม่เกิน 2 หลักจัดเป็น Main routes เช่น I-76 I-93 เป็นต้น

     - ถนนที่มีเลข 3 หลักเป็นถนนสายรองของ Interstate Highway โดยมีการกำหนดเลขแตกต่างออกไป คือ กลุ่มเลขที่ได้จากการตัดเลขหลักแรกออกคือหมายเลขถนนสายแม่ ส่วนเลขหลักแรกเป็นตัวบ่งชนิดของถนน กล่าวคือ เลขคี่เป็นถนนซึ่งมีปลายทาง ณ ทางแยกที่ไม่ใช่ Interstate (Interstate ends) เลขคู่เป็นถนนที่มีต้นทางและปลายทางที่ถนนสายแม่ เช่น I-495 มีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดอยู่ที่ I-95 ส่วน I-393 มีจุดเริ่มต้นอยู่ที่ I-93 แต่จุดสิ้นสุดบรรจบกับถนนสายอื่นที่ไม่ใช่ Interstate Highway เป็นต้น

       การกำหนดหมายเลขไมล์และหมายเลขทางออกของ  Interstate Highway มีหลักการโดยทั่วไปดังนี้

     - การนับเลขไมล์และทางออกจะเริ่มนับจากด้านใต้หรือด้านตะวันตกของรัฐ เช่น I-95 ในรัฐ New Hampshire จะนับเลขไมล์และทางออกจากด้านใต้ของรัฐ (Mile 0 และ Exit 1 ตามลำดับ) I-76 ในรัฐ Pennsylvania จะนับเลขไมล์และทางออกจากด้านตะวันตกของรัฐ เป็นต้น ในบางครั้งการนับหมายเลขทางออกจะนับแบบเรียงลำดับ (Exit 1, Exit 2, Exit 3, …) แต่ในบางครั้งการนับก็จะอ้างอิงเลขไมล์เป็นหลักแทน กล่าวคือ เลขทางออกจะเป็นเลขไมล์ของตำแหน่งทางออก หากบางทางออกอยู่ใกล้กัน หรืออยู่ในไมล์เดียวกัน ก็จะใช้ตัวอักษรภาษาอังกฤษเป็นตัวแบ่งย่อย เช่น Exit 8A, Exit 8B, Exit 8C เป็นต้น

หมายเหตุ เงื่อนไขที่กล่าวมาทั้งหมดมีข้อยกเว้น แต่เป็นส่วนน้อย

2. United States Highway

       United States Highway เป็นโครงข่ายถนนระหว่างรัฐเช่นเดียวกับ Interstate Highway แต่อาจมีสัญญาณไฟจราจร และไม่จำเป็นต้องมี 4 ช่องจราจร โดยทั่วไป Speed Limit จะต่ำกว่า Interstate Highway

       การกำหนดหมายเลข United States Highway มีดังนี้

     - ถนนสายหลักมีเลขตั้งแต่ 1-101 โดยเลขคี่เป็นสายที่วิ่งเหนือ-ใต้ ส่วนเลขคู่เป็นสายที่วิ่งตะวันออก-ตะวันตก การนับเลขคี่จะนับจากฝั่งตะวันออก (Atlantic) ไปยังฝั่งตะวันตก (Pacific) ส่วนเลขคู่จะนับจากด้านเหนือไปยังด้านใต้ ถนนหลักของถนนเหล่านี้ (Primary routes) ลงท้ายด้วย 0 หรือ 1 เช่น US-1 เป็นถนนที่วิ่งเหนือ-ใต้ฝั่งแอตแลนติกจากรัฐเมน (Maine) ไปยังรัฐฟลอริดา (Florida) US-101 เป็นถนนที่วิ่งเหนือ-ใต้ฝั่งแคลิฟอร์เนีย (แปซิฟิก) US-2 เป็นถนนที่วิ่งตะวันออก-ตะวันตกด้านเหนือของสหรัฐฯ (Maine-New York และ Michigan-Washington) US-90 เป็นถนนที่วิ่งตะวันออก-ตะวันตกด้านใต้ของสหรัฐฯ (Florida-Mississippi-Texas) เป็นต้น US Highway บางสายไม่ต่อเนื่องกันเนื่องจากต่อมามีการก่อสร้าง Interstate Highway ในกรณีนี้ United States Highway ได้รับการยกฐานะเป็น Interstate แทน

     - ถนนสายอื่นๆ ที่มีเลขไม่เกิน 2 หลักจัดเป็น Main routes เช่น US-4 เป็นต้น

     - ถนนที่มีเลข 3 หลัก (ยกเว้น US-101) เป็นถนนสายรองของ United States Highway โดยเลขที่ไม่ใช่หลักแรกคือหมายเลขถนนสายแม่ เช่น US-202 เป็นถนนสายรองของ US-2 US-322 เป็นถนนสายรองของ US-22 เป็นต้น แต่บ่อยครั้งที่การกำหนดหมายเลขเหล่านี้ไม่ตรงไปตามหลักเกณฑ์

3. State Route

        State Route เป็นถนนของแต่ละรัฐระดับพื้นฐาน เชื่อมต่อเมืองต่างๆ เข้าด้วยกัน แต่ละรัฐจะใช้สัญลักษณ์แตกต่างกันไป จัดได้ว่าเป็นถนนที่มีคุณภาพต่ำกว่า Interstate Highway และ U.S. Highway

         บางครั้งถนนที่เราวิ่งอาจมีการเก็บเงินค่าธรรมเนียมการใช้ถนน ส่วนใหญ่เรียกว่า Turnpike โดยส่วนมากถนนเหล่านี้จะเป็น Interstate Highway เช่น Pennsylvania Turnpike คือ I-76 ในรัฐ Pennsylvania, Everett Turnpike คือส่วนของ I-93 ในรัฐ New Hampshire เป็นต้น ในบางครั้งก็เป็น State Route เช่น Spaulding Turnpike คือส่วนของ NH-16 ในรัฐ New Hampshire เป็นต้น แต่ในบางครั้งอาจเป็นถนนพิเศษ เช่น Parkway และถนนที่ตัดขึ้นเพื่อใช้เป็น Turnpike โดยเฉพาะ ตัวอย่างของถนนประเภทเหล่านี้คือ Palisade Interstate Parkway ในรัฐ New York และ New Jersey Turnpike ในรัฐ New Jersey เป็นต้น นอกจากนี้ การจ่ายค่าผ่านทางในรัฐแถบตะวันออกเฉียงเหนือ (ME, NH, MA, NY, NJ, PA, DE, MD, VA, WV, และ IL) อาจใช้บัตรจ่ายค่าผ่านทางพิเศษ หรือที่รู้จักกันในชื่อ E-ZPass ได้ ซึ่งจะทำให้การจ่ายค่าผ่านทางเป็นไปด้วยความสะดวกรวดเร็วมากขึ้น

         ด้วยเกร็ดความรู้เล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ เมื่อใดที่ท่านขับรถอยู่บน Interstate กลางภูเขาหรือในเมือง ท่านก็จะมั่นใจได้ว่าขณะนี้กำลังขับรถไปในทิศทางใด อยู่ส่วนใดของรัฐ หรือกำลังหลงทางหรือไม่ แต่ที่สำคัญ แผนที่ทางหลวงคือเพื่อนร่วมทางของท่านเสมอ ดังนั้น เมื่อท่านขับรถหรือเป็นผู้นำทางไปในที่ที่ไม่คุ้นเคย ก็อย่าลืมพกแผนที่ติดตัวไปด้วยนะครับ


เรียบเรียงโดย ชินวัตร อิศราดิสัยกุล
นักเรียนทุนรัฐบาลไทยรุ่นปี 2547 (TS47)
31 ตุลาคม 2548