Skip to content. | Skip to navigation

Personal tools
Log in

20. การเลือกสถานศึกษา

การเลือกสถานศึกษา มีขั้นตอนที่ต้องดำเนินการ ดังนี้

     1. การเลือกสถานศึกษาจะสมัครเรียน  ก่อนเลือกสมัครสถานศึกษา ให้ประเมินตนเองก่อนว่า จะไปศึกษาด้านไหน ขีดความสามารถทางวิชาการ ภาษา ประวัติผลการศึกษา ตลอดจนคะแนนสอบ TOEFL, GRE, GMAT เป็นอย่างไร  หลังจากนั้น ให้ศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับสถานศึกษาว่า เปิดสอนในสาขาด้านที่จะไปศึกษาหรือไม่ มีชื่อเสียงในด้านนั้น ๆ มากน้อยเพียงใด ต้องการนักเรียนที่มีคุณสมบัติเงื่อนไขอย่างไร   

     2. การสมัครสถานศึกษาควรเลือกสมัครหลายแห่ง   โดยเลือกคละกัน คือ เลือกสถานศึกษาที่ต้องการนักเรียนซึ่งมีคุณสมบัติสูงกว่าระดับที่เรามี (ประเมินตัวเราเอง)  ระดับเดียวกับที่เรามี  และระดับที่ต่ำกว่าที่เรามีเล็กน้อย

     3. การเลือกสถานศึกษาที่เหมาะกับตัวเรา และเป็นสถานศึกษาที่เราชอบและพอใจ มีผลต่อความสำเร็จทางการศึกษาของเรามาก   หากเลือกผิด ก็อาจส่งผลให้นักเรียนไม่สำเร็จการศึกษา หรือต้องใช้เวลาศึกษามากกว่าที่ควร

การเลือกตอบรับเข้าศึกษา  หลังจากสมัครสถานศึกษาแล้ว นักเรียนอาจได้รับหนังสือตอบรับจากสถานศึกษาหลายแห่ง  ตอนนี้เป็นเวลาที่เราจะเป็นผู้เลือกบ้าง ขอให้นักเรียนศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อประกอบการตัดสินใจเลือกสถานศึกษาที่เหมาะสมที่สุด  การหาข้อมูลเพิ่มเติมอาจทำได้ โดย

     1. นัดหมายขอเยี่ยมสถานศึกษา (Campus Visit) –  นักเรียนจะได้สัมผัสกับสภาพแวดล้อมในสถานศึกษา  นอกจากเยี่ยมชมแล้ว ขอให้นัดพบเพื่อพูดคุยกับผู้เกี่ยวข้อง เช่น อาจารย์ที่ปรึกษา หัวหน้าภาควิชา และหรือนักเรียนใน Student Union ของสถานศึกษา เพื่อพูดคุยกับนักเรียนที่ศึกษาอยู่ในปัจจุบัน  ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้นักเรียนตัดสินใจเลือกสถานศึกษาที่จะไปเข้าศึกษาได้ดียิ่งขึ้น

     2. ในกรณีที่ไม่สามารถแวะเยี่ยมสถานศึกษาได้ด้วยตนเอง (ไม่มีเวลา หรือไม่ได้อยู่ในสหรัฐฯ ในขณะนั้น)  ขอให้ศึกษาผ่านทางเวปไซต์ของสถานศึกษา

     3. นอกจากการเยี่ยมสถานศึกษา แล้ว นักเรียนอาจสอบถามข้อมูลหรือขอความเห็นเพิ่มเติม โดยอาจ Email ถามสถานศึกษาโดยตรง หรือ email ถามสมาคมนักเรียน สมาคมผู้ปกครอง ฯลฯ

     4. นอกจากชื่อเสียงทางด้านวิชาการแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นที่จะต้องใช้พิจารณา ประกอบด้วย เช่น

          - ขนาดของสถานศึกษา  หมายถึง จำนวนนักเรียนที่ศึกษาในสถานศึกษา หากสถานศึกษามีขนาดใหญ่ การแข่งขันและการขอความช่วยเหลือจากเพื่อนนักเรียน หรือจากอาจารย์ที่ปรึกษา ก็อาจเป็นไปได้ลำบากขึ้น เมื่อเทียบกับสถานศึกษาที่มีขนาดเล็ก นอกจากนั้นลักษณะ และอุปนิสัยของนักเรียนก็มีส่วนสำคัญในความสำเร็จทางการศึกษา หากนักเรียนเป็นคนเงียบ และเข้าคนลำบาก การไปศึกษาในสถานศึกษาที่มีขนาดใหญ่อาจส่งผลกระทบต่อสภาพทางจิตใจ และการหา/คบเพื่อน ทำให้อาจมีผลสำเร็จทางการศึกษาได้ไม่เต็มที่ เนื่องจากการศึกษาในสหรัฐฯ ไม่ว่าจะอยู่ในระดับใดก็ตาม เป็นการศึกษาที่เป็นได้ทั้งแบบคนเดียว และศึกษาร่วมแบบเป็นกลุ่ม ดังนั้นการเลือกไปศึกษาจึงควรเลือกสถานศึกษาที่ใกล้เคียงกับลักษณะนิสัยของนักเรียนเป็นหลักด้วย

          - สภาพภูมิศาสตร์ สภาพอากาศ และสภาพแวดล้อมสถานศึกษา  เช่น  สถานที่ตั้งของเมือง/รัฐที่สถานศึกษาตั้งอยู่  ลักษณะเมือง (เมืองเล็กหรือเมืองใหญ่ เมืองสงบหรือเมืองแสงสี  จำนวนประชากร ลักษณะทางสังคมของประชากรในเมือง/รัฐ ระบบสาธารณูปโภค การเดินทางระหว่างสถานศึกษากับที่พัก ระดับค่าครองชีพ ฯลฯ

          - หอพักของสถานศึกษา จะช่วยแบ่งภาระและความเครียดในการเสาะหาที่พักเมื่อแรกศึกษา จนกระทั่งนักเรียนคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมของเมืองที่สถานศึกษาตั้งอยู่ จากนั้นจึงค่อยหาทางขยับขยายในอนาคต

          - ทุนการศึกษา  สถานศึกษาในสหรัฐฯ เป็นจำนวนมากที่ให้ทุนการศึกษาแก่นักเรียนในระดับปริญญาโท-เอก ในรูปของ Teaching Assistantship หรือ Research Assistantship (TA/RA) การเลือกสมัครสถานศึกษาที่ให้ทุนการศึกษาแก่นักเรียนจึงควรนำไปพิจารณาในการเลือกสถานศึกษา เพื่อจะได้แบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย

          - ESL  การมีหลักสูตรภาษาอังกฤษสำหรับนักเรียนต่างชาติก็เป็นปัจจัยที่ต้องนำมาประกอบการพิจารณาเช่นกัน โดยเฉพาะผู้ซึ่งมีทักษะทางด้านภาษาอังกฤษยังไม่ดีพอ